
โลกมองไทย
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์แสดงความเห็นต่อการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรของนายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ ที่ 2 ว่า นับเป็นสัญญาณสำคัญสะท้อนให้เห็นว่าผู้นำหญิงของไทยได้รับการยอมรับมากขึ้นในเวทีโลก
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์แสดงความเห็นต่อการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรของนายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ ที่ 2 ว่า นับเป็นสัญญาณสำคัญสะท้อนให้เห็นว่าผู้นำหญิงของไทยได้รับการยอมรับมากขึ้นในเวทีโลก
รายงานระบุว่า หน้าที่หลักของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้คือ การสวมบท “พนักงานขายสินค้า” เพื่อโฆษณาและชูประเทศไทยในฐานะประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยผู้นำไทยมีกำหนดพบปะกับนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ รวมทั้งหารือกับนักธุรกิจเมืองผู้ดี เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
ทว่า จุดเด่นของภารกิจครั้งนี้คือ การได้รับโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ ที่ 2 ของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ซึ่งนับเป็นผู้นำไทยคนแรกในรอบเกือบ 20 ปี ที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าประมุขของสหราชอาณาจักร
“อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมาชิกราชวงศ์อังกฤษในช่วงที่เดินทางเยือนเมืองผู้ดีเมื่อปี 2545 และ 2548 เช่นเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดังนั้นการได้รับอนุญาตเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ ที่ 2 จึงอาจสะท้อนให้เห็นได้ว่า ความเชื่อมั่นที่นานาประเทศมีต่อยิ่งลักษณ์นั้นเพิ่มสูงขึ้น” ไฟแนนเชียลไทมส์ระบุ
เช่นเดียวกับการที่ผู้นำไทยจะได้มีโอกาสต้อนรับประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ซึ่งเดินทางเยือนไทยเป็นประเทศแรกหลังคว้าชัยศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี
“การเยือนไทยของประธานาธิบดีโอบามาจะยิ่งส่งเสริมความน่าเชื่อถือของยิ่งลักษณ์ในฐานะผู้นำประเทศ และขณะเดียวกันส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย หลังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”
ทั้งนี้ รายงานยังระบุว่า เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังประเทศต้องเผชิญวิกฤตอุทกภัยครั้งร้ายแรงเมื่อปีก่อน โดยรัฐบาลคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวอย่างน้อย 5.7%







