
พท.ชี้คำสั่งปลดมาร์คมีผลตามกม.
"กมล"ยันสั่งปลด"มาร์ค"มีผลตามกม.แม้ลาออกราชการแล้ว ชี้อ้างคำสั่งกฤษฎีกาไม่ได้โยนศาลชี้ขาด
"กมล"ยันสั่งปลด"มาร์ค"มีผลตามกม.แม้ลาออกราชการแล้ว ชี้อ้างคำสั่งกฤษฎีกาไม่ได้โยนศาลชี้ขาด
นายกมล บันไดเพชร คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า คำสั่งของกระทรวงกลาโหมที่ลงนามโดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมให้ปลดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกจากราชการนั้นชอบโดยกฎหมายถึงแม้นายอภิสิทธิ์จะลาออกจากการเป็นข้าราชการ รร.นายร้อย จปร.มีผลตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.2532 แต่คำสั่งของกระทรวงกลาโหมที่ 1163/2555 ระบุให้นายอภิสิทธิ์ออกจากราชการมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.2531 ถือเป็นการลงโทษที่มีผลตามกฎหมายก่อนหน้าที่นายอภิสิทธิ์ลาออกจากราชการเข้าข่ายขัดคุณสมบัติการเป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 (6)
อย่างไรก็ตามกรณีที่มีข่าวว่าคณะกรรมการกฤษฎีเคยวินิจฉัยกรณี พล.อ.นิพนธ์ ธีระพงศ์ อดีตเจ้ากรมทหารสื่อสารว่าบุคคลที่พ้นจากราชการแล้วไม่อาจปลดออกจากประจำการได้นั้น ส่วนตัวแล้วยังไม่ได้ศึกษาคำวินิจฉัยในคดีนี้อย่างละเอียด แต่กรณีนายอภิสิทธิ์ไม่สามารถนำบันทึกของคณะกรรมการกฤษฎีกามาพิจารณาได้ เพราะไม่เกี่ยวข้องกัน ให้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยคุณสมบัติ สส.ของนายอภิสิทธิ์
นายกมล กล่าวต่อว่า การยื่นเรื่องต่อศาลปกครองของนายอภิสิทธิ์เพื่อต้องการสร้างภาพให้เป็นการถูกกลั่นแกล้งจากภาครัฐ ทั้งที่ศาลปกครองไม่มีอำนาจในการพิจารณาตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองที่ระบุว่าการดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหารไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลปกครอง ดังนั้นขอท้าไปยังนายอภิสิทธิ์ว่าหากรับไม่ได้ต่อมติของคณะกรรมการรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการถอดยศ ร.ต.และให้ออกจากข้าราชการและเรียกเบี้ยหวัดคืนก็ขอให้นายอภิสิทธิ์อุทธรณ์ต่อคำสั่งของกระทรวงกลาโหมโดยทำหนังสือยื่นไปยัง พล.อ.อ.สุกำพลขอแสดงหลักฐานเพิ่มเติมได้ เพื่อให้ทางคณะกรรมการพิจารณาเพิ่มเติม แต่นายอภิสิทธิ์คงไม่กล้า เพราะไม่มีพยานหลักฐานที่ยืนยันความบริสุทธิ์โดยเฉพาะเอกสาร สด.41 ที่ตนเรียกร้องให้แสดงตลอดแต่ไม่เคยนำมายืนยัน จึงทำได้เพียงร้องศาลปกครองสร้างภาพให้ถูกรัฐบาลกลั่นแกล้งเท่านั้น
นายกมล ยังกล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านโจมตีว่ารัฐบาลจงใจดิสเครดิตการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะตราบใดที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่วินิจฉัยให้นายอภิสิทธิ์พ้นสภาพ สส.นายอภิสิทธิ์ยังสามารถทำหน้าที่อภิปรายและมีชื่อแนบท้ายญัตติเป็นรัฐมนตรีได้ไม่ได้มีผลกระทบต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่ฝ่ายค้านกล่าวหา แต่หากภายหลังศาลวินิจฉัยว่านานอภิสิทธิ์พ้นสภาพการเป็น สส.จริง ฝ่ายค้านเพียงเปลี่ยนชื่อนายกรัฐมนตรีที่แนบท้ายเท่านั้น







