
งานช้างรัฐบาล
ในช่วงนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางไปพบปะผู้นำของหลายประเทศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต การค้าและการลงทุน
ในช่วงนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางไปพบปะผู้นำของหลายประเทศ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต การค้าและการลงทุน
ขณะเดียวกัน นายกฯ ของไทยเองก็ได้ให้การต้อนรับผู้นำจากหลายประเทศเช่นกัน ล่าสุด นายลีมยองบัก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีมาเยือนประเทศไทย
และในวันที่ 18 พ.ย. 2555 นี้ นายบารัก โอบามา จะแวะเยือนประเทศไทย หลังจากเยือนพม่าเป็นประเทศแรกหลังชนะเลือกตั้ง และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่กัมพูชาด้วย
ขณะนี้สปอตไลต์ส่องตรงมายังกลุ่มประเทศเอเชีย นอกจากภาพรวมเศรษฐกิจจะเติบโตดีมาก ที่สำคัญเมียนมาร์เปิดประเทศพร้อมอ้าแขนรับเงินลงทุนจากทุกประเทศ
สอดคล้องกับสถานการณ์ เงินลงทุนญี่ปุ่นที่เคยทุ่มเทกับตลาดจีนอย่างมหาศาล ก็เริ่มมองหาทำเลใหม่ หลังจากความสัมพันธ์ของสองประเทศไม่ราบรื่นเหมือนที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ก็ประกาศก้องไปทั่วโลกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาและยูโรโซน ไม่ใช่สวรรค์สำหรับนักลงทุนอีกต่อไปแล้ว คาดว่าจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูประเทศอีกหลายปี ดังนั้นอย่ามัวเสียเวลาเอาเงินไปจมอยู่ที่เก่าอีกเลย กองทุนมั่งคั่งของจีน ก็เล็งโยกย้ายมาลงทุนในทวีปเอเชียแทน
แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า เม็ดเงินต่างประเทศจะไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากแค่ไหน งานนี้ต้องอาศัยฝีมือของรัฐบาลในการดึงดูดเม็ดเงินเหล่านี้เข้ามา ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะประเทศไทยมีจุดอ่อนจุดเสี่ยงที่นักลงทุนต่างชาติรวมคนไทยเองยังคงกังวลอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การเมือง ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ และสิทธิประโยชน์ที่ได้น้อยกว่าในหลายประเทศ
ปัจจัยทางการเมือง เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญชนิดที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะเงื่อนปมความขัดแย้งที่ยังผูกอยู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการผลักดันร่างกฎหมายปรองดองแห่งชาติที่ค้างอยู่ในสภา ตราบใดที่สภาเสียงข้างมากซึ่งก็คือพรรคเพื่อไทยหยิบขึ้นมาพิจารณา ย่อมเหมือนเป่านกหวีดเรียกฝ่ายที่เห็นต่างกับรัฐบาลออกมาเคลื่อนไหว
ทันทีที่เปิดสภาสมัยนิติบัญญัติประมาณกลางเดือน ธ.ค. จนถึง เม.ย. ทำให้ทุกสายตาต้องมาจับจ้องกันอีกครั้ง ถึงความพยายามจากรัฐบาล นั่นเป็นตัวจุดชนวนต่อทิศทางบ้านเมือง
เราขอให้รัฐบาลคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าพรรคเพื่อไทย ขอให้แสดงฝีมือบริหารประเทศออกมาให้เต็มที่ ให้ต่างชาติเห็นว่าไทยมีความสงบ ปลอดภัย มีความพร้อมรับมือปริมาณน้ำทุกระดับ ขณะนี้งานบริหารจัดการน้ำมูลค่า 3.5 แสนล้านบาท มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง และสามารถแก้ไขความไม่เท่าเทียมของอัตราภาษี สิทธิประโยชน์และระบบศุลกากร ซึ่งหากรัฐบาลทำได้อย่างที่ขอไว้ เชื่อว่าม็ดเงินลงทุนพร้อมจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย







