
ชงถม7แสนล้านแก้จ่ายเงินกบข.
คลังเสนอแผนใช้เงินกว่า 7 แสนล้านบาท แก้ ปัญหาการจ่ายเงินบำนาญให้กับสมาชิก กบข.
คลังเสนอแผนใช้เงินกว่า 7 แสนล้านบาท แก้ ปัญหาการจ่ายเงินบำนาญให้กับสมาชิก กบข.
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าข้าราชการที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. ให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง พิจารณาเห็นชอบแล้ว
สำหรับแนวทางแก้ไขจะมีการออกกฎหมายเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้สมาชิก กบข.และข้าราชการบำนาญที่รับราชการก่อนปี 2540 สามารถเลือกได้ว่าจะรับบำนาญแบบเดิมตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 หรือรับตามสูตร กบข.ตาม พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการปี 2539 หากรับตามสูตรเดิม ข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่จะไม่มีสิทธิรับเงินก้อน ที่มีทั้งเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบผลประโยชน์
ด้านข้าราชการบำนาญที่เกษียณไปแล้ว และต้องการรับผลตอบแทนแบบเดิม จะต้องคืนเงินก้อนกับส่วนราชการเจ้าสังกัดให้ครบถ้วนเสียก่อน
ทั้งนี้ ข้าราชการและข้าราชการบำนาญ ต้องแสดงความประสงค์ภายใน 1 ปี หลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยการแสดงเจตจำนงจะมีผลเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี ตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้
นายมนัส กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่า สมาชิก กบข.ที่มีอยู่ 9.77 แสนราย เลือกกลับไปรับบำนาญแบบเดิม 75% หรือประมาณ 7.33 แสนราย จะทำให้ภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น 1.13 ล้านล้านบาท แต่รัฐจะได้เงินก้อนที่ได้คืนจากสมาชิก 2.6 แสนล้านบาท และเงินที่รัฐประหยัดได้จากเงินที่รัฐต้องสมทบเข้ากองทุน กบข.ให้กับสมาชิกอีก 1.54 แสนล้านบาท เมื่อหักลบแล้วทำให้รัฐมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น 7.14 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 1.56 หมื่นล้านบาทต่อปี
อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า หากกฎหมายมีผลบังคับใช้จริง คาดว่า ข้าราชการและข้าราชการบำนาญ จะมาใช้สิทธิไม่มากโดยเฉพาะข้าราชการบำนาญที่ต้องคืนเงินก้อนทั้งหมดก่อน เพราะบางส่วนอาจจะใช้เงินไปแล้ว และบางส่วนยังต้องการเงินก้อนเก็บไว้ใช้ต่อไป
ทั้งนี้ การปรับสูตรคำนวณบำนาญของ กบข. และการประกันผลตอบแทนให้กับสมาชิกจะไม่มีการแก้ไข เพราะมีความเหมาะสมอยู่แล้ว







