
รองประธานสภา จี้มาร์คถอนทหารออกจากสภา
“อภิวันท์”อัด “มาร์ค”ก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ จี้ถอนทหาร-ตำรวจออกจากสภาฯโดยเร็ว บอกหากยังไม่ถอนทหารเดินหน้าขึ้นเวทีเสื้อแดงต่อ
“อภิวันท์”อัด “มาร์ค”ก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ จี้ถอนทหาร-ตำรวจออกจากสภาฯโดยเร็ว บอกหากยังไม่ถอนทหารเดินหน้าขึ้นเวทีเสื้อแดงต่อ
เมื่อเวลา 08.40 น. ที่รัฐสภา พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคเพื่อไทยมีมติไม่เข้าร่วมประชุมสภา ว่า ตนไม่ทราบมติพรรคเพราะไม่ได้เข้าร่วมประชุม การมาวันนี้ของตน ก็เพื่อมาทำหน้าที่รองประธานสภา อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องในนามของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อศักดิ์ศรีของส.ส. ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ถอนกำลังตำรวจ ทหาร ออกนอกอาคารรัฐสภา โดยเร็ว เพราะการนำตำรวจ ทหารเข้ามาถือเป็นการกระทำที่เอาอำนาจฝ่ายบริหารมาก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติอย่างชัดเจน และทำให้ภาพลักษณ์ถูกมองว่าฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ใต้การบังคับของฝ่ายบริหาร จึงขอวิงวอนให้ถอนกำลังทหาร ตำรวจออกนอกอาคารรัฐสภา ถึงแม้จะเอามาล้อมหรือปิดถนน 8 สายรองรัฐสภา ก็ไม่ว่ากัน
“เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 08.30 น. ผมได้เข้ามาที่รัฐสภา แต่-ไม่สามารถเข้าได้ ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ผมต้องไหว้แม้กระทั่งพลทหาร นายสิบ เพื่อขออนุญาตให้รองประธานสภาเข้ามาทำงานในสภา เมื่อเข้ามาแล้วก็เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ คือมีทหารและตำรวจอยู่ในสภาเต็มไปหมด ผมก็ได้ เรียนถามไปยังประธานสภา ท่านก็บอกว่า ท่านไม่ทราบเรื่อง ที่มีทหาร ตำรวจเข้ามาอยู่ในอาคารรัฐสภา ผมจึงโทรศัพท์ไปถามนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาฯ ท่านก็บอกว่า แม้แต่ท่านเองก็ยังเข้าไม่ได้ ในวันนั้นจึงมีแต่ผมและประธานสภา เท่านั้นที่เข้ามาได้”พ.อ.อภิวันท์ กล่าวและว่า ตนสงสัยว่าเป็นการทำหนังสือย้อนหลังเพื่อขอให้ตำรวจและทหารเข้ามาหรือไม่
เมื่อถามว่า ทางรัฐบาลอ้างว่าการนำกำลังตำรวจทหารเข้ามาเพื่อดูแลความปลอดภัยเพราะไม่ต้องการให้ซ้ำรอยเหตุการณ์ 7 ต.ค. 51 พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ดูแลความปลอดภัยได้ แต่ต้องออกไปดูแลนอกอาคารรัฐสภา เรื่องนี้เหมือนกับการนำตำรวจทหารเข้าไปบริเวณบัลลังก์ศาล ก็เรียกว่าละเมิดอำนาจศาลเช่นเดียวกัน ครั้งนี้ก็คือการละเมิดอำนาจนิติบัญญัติ และการที่ส.ส.ฝ่ายค้านไม่ยอมเข้าร่วมประชุมสภานั้น ก็คงมีจุดยืนเช่นเดียวกันตน เพราะตราบใดที่ยังคงมีตำรวจ ทหารอยู่ในรัฐสภา เขาก็คงไม่กล้าเข้ามาร่วมประชุม เพราะไม่ไว้ใจว่าจะมีความปลอดภัยหรือไม่ อย่างไรก็ตามสำหรับการทำหน้าที่รอวงประธานสภานั้นตนก็จะทำหน้าที่ตามปกติ ไม่ละเลยความรับผิดชอบ
ต่อข้อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่พอใจที่พ.อ.อภิวันท์ ขึ้นเวทีปราศรัยกับคนเสื้อแดง พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ตนก็เคารพความคิดเห็นของเขา แต่ในเมื่อประธานและรองประธานสภา ไม่มีสภาให้ทำงานก็ต้องไปทำงานภาคประชาชน และตนได้ให้สัญญากับภาคประชาชนว่า ตราบใดที่นายกฯ ไม่เอากำลังทหาร ตำรวจออกไปจากอาคารรัฐสภา ตนก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้นเวทีการเมืองภาคประชาชน แต่ถ้าถอนกำลังออกไปเมื่อไหร่ตนก็จะไม่ร่วมเวทีภาคแประชาชน นี่เป็นจุดยืนที่ชัดเจน
พ.อ.อภิวันท์ ยังกล่าวถึงการขอเจรจากับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า ตนยังยืนยันในเรื่องดังกล่าว เพราะเห็นว่าการเจรจาใดๆ ต้องเจรจากับผู้มีอำนาจตัวจริง ตนเห็นว่านายอภิสิทธิ์ ไม่ได้มีอำนาจอะไรเลย ผู้มีอำนาจตัวจริงนั้นสังคมไทยทุกคนทราบดีว่าเป็นใคร ตนไม่ได้ก้าวล่วงพล.อ.เปรม ยังอวยพรให้ท่านหายป่วยโดยเร็วด้วยซ้ำ เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่า เชื่อว่าถ้ามีการเจรจากับพล.อ.เปรมได้ เรื่องทุกอย่างจะจบใช่หรือไม่ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า จบแน่ เพราะผู้มีอำนาจตัวจริงคือท่าน และตนก็ขอพูดคุยกับ่ทานในฐานะที่เป็นนักเรียนนายร้อย จปร.รุ่นน้อง เราต่างได้รีบการอบรมสั่งสอนให้รักชาติและสถาบันเหมือนกัน “ท่านรักเท่าไหร่ ผมก็รักเท่านั้น” อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ท่านยังไม่ได้ประสานมาที่ตน







