
ประกาศยุคทองอีสาน
ชาวอุดรเนืองแน่น ชมงาน “Post TodayK SME & Franchise Expo 2012” รวมสุดยอดแฟรนไชส์
ชาวอุดรเนืองแน่น ชมงาน “Post TodayK SME & Franchise Expo 2012” รวมสุดยอดแฟรนไชส์
ที่พากูรูเผยเคล็ดลับบุกตลาดอาเซียน ที่จัดขึ้นบนชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา อุดรธานี ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย.นี้
แม่ทัพของงานนี้คือ พัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้บริหาร สายงานธุรกิจลูกค้า ผู้ประกอบการธนาคารกสิกรไทย ธนัชชัย สามเสน รองประธานหอการค้า จังหวัดอุดรธานี รวมถึง ชยพล ธิติศักดิ์ รอง ผวจ.อุดรธานี พร้อมด้วย ณ กาฬ เลาหะวิไลย บรรณาธิการ นสพ.โพสต์ทูเดย์
เพื่อให้ชาวอุดรและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอีสานได้เห็นความสำคัญของเศรษฐกิจอีสานที่มีต่อประเทศในอนาคต ประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ประธานพิธีเปิดงาน ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “AEC กับยุคทองของอีสาน” ว่า ปี 2558 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศและจะมีเรื่องท้าทาย ตลอดจนการแข่งขันอย่างเข้มข้น เพราะมีตลาดและฐานผลิตร่วมกัน วันนี้จึงต้องเตรียมความพร้อม โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวงทำแผนรับมือ อย่างไรก็ตาม ความพร้อมของภาครัฐยังไม่เพียงพอ ซึ่งก็ต้องพึ่งผู้ประกอบการเป็นส่วนสำคัญด้วย
ประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรม 20 ปี จากปี 2555-2574 เพื่อรองรับ AEC และวางอนาคตอุตสาหกรรมไทย โดยมีคณะกรรมการติดตามความพร้อมเพื่อให้เป็นเอกภาพในการทำงาน ด้วยยุทธศาสตร์4 ด้าน คือ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก AEC เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน บรรเทาผลกระทบจาก AEC และอำนวยความสะดวกในการลงทุน
“ภาคอีสานมีพื้นที่กว้างใหญ่ มีประชากร 1 ใน 3 มีดินแดนติดต่อกับเพื่อนบ้าน มีเส้นทางเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้านได้ เริ่มจากสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯผู้ยิ่งใหญ่ ผมถือว่าท่านเป็นรัฐบุรุษแห่งอินโดจีน ผู้ประกาศปิดสนามรบ เปลี่ยนเป็นสนามการค้า ท่านมีความเชี่ยวชาญ การค้า การอุตสาหกรรม การทหาร การทูต และการเมือง ขณะที่อาเซียนยังไม่พูดเรื่องเศรษฐกิจ วันนี้สังคมเปลี่ยน การแข่งขันสูง นี่คือทางสายแรกที่เชื่อมไปเพื่อนบ้าน”
รมว.อุตสาหกรรม ย้ำว่า ภาคอีสานจะมีโอกาสเป็นแผ่นดินทองของ AEC เพราะระบบคมนาคมได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่2 จ.มุกดาหาร ข้ามไปแขวงสะหวันเขต เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 9 ต่อไปที่เมืองเว้ เมืองดานัง ของประเทศเวียดนาม ขณะที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 จ.นครพนม ได้เชื่อมต่อไปที่ทางหลวงหมายเลข 12 แต่ยุคทองจริงต้องอยู่ที่ผู้ประกอบการเป็นหลักที่ต้องร่วมมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
สำหรับแนวทางในการปรับตัวผู้ประกอบการ ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมที่ต้องปฏิบัติ คือ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ด้านแรงงาน เทคโนโลยี เตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ตลอดจนโลจิสติกส์ หาตลาดส่งออก ปรับปรุงการผลิตตามกฎถิ่นกำเนิด ปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ ส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายการผลิต ปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค และสร้างกลไกที่ก่อให้เกิดความเสมอภาค
ธนัชชัย สามเสน รองประธานหอการค้า จังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงทิศทางการลงทุนเพื่อต้อนรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (AEC) ว่า เมื่อเป็น AEC จะมีผลกระทบต่อการค้าการลงทุนมากที่สุด คือการเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วมซึ่งประกอบด้วยการเปิดเสรี 5 ด้าน คือการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุนเงินทุน และแรงงาน จะทำให้ตลาดใหญ่ขึ้น มีการพึ่งพากันทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดรายได้และกำลังซื้อโดยเฉพาะพื้นที่มีศักยภาพสูง เช่น อุดรธานีจะถูกจับตามองเป็นพิเศษ
“โอกาสก็นำมาซึ่งการแข่งขันทั้งจากในและต่างประเทศ ดังนั้นนักธุรกิจไทยโดยเฉพาะ SME ควรมีทิศทางการค้าที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งก็มีหน่วยงานหรือผู้รู้หลายท่านวิเคราะห์ไว้พอสมควร ซึ่งอุตสาหกรรมมีทั้งได้เปรียบและเสียเปรียบ ที่แนวโน้มค่อนข้างดีก็คือธุรกิจท่องเที่ยว”
รองประธานหอการค้า จังหวัดอุดรธานีกล่าวต่อว่า การทำธุรกิจไม่มีสูตรสำเร็จผู้ประกอบการต้องพัฒนาความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมๆ กัน คือ ส่วนที่ 1 ศึกษา AEC ใน 3 ประเด็น เริ่มจากข้อมูลพื้นฐานของเพื่อนบ้าน เงื่อนไขในการแข่งขันและการตลาด ส่วนที่ 2 การวางกลยุทธ์ทั้งเชิงรับและเชิงรุก แม้ขณะนี้จะมีข่าวว่าอาจจะมีการเลื่อนการเปิด AEC ออกไป เพราะเหตุความไม่พร้อมบางประเทศ แต่ไม่ว่า AEC จะคลอดออกมาแบบไหน ผู้ประกอบการต้องมีความพร้อมของตัวเอง อย่างน้อยก็จะสร้างความแข็งแกร่งให้เราได้ไม่มากก็น้อย ซึ่ง “แฟรนไชส์” เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ







