
ชงรัฐคลอดกกม.เยียวยาผลกระทบผูกขาดยา
ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการศึกษาและติดตามการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและนโยบายสุขภาพ
ที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการศึกษาและติดตามการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและนโยบายสุขภาพ
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ได้จัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเจรจาการค้าเสรี ไปยังคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) โดยเห็นตรงกันว่ารัฐบาลต้องปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศที่ว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (ข้อตกลงทริปส์) ในกรณีของยารักษาโรค
อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเจรจาในประเด็นสิทธิบัตรและการผูกขาดเชิงพาณิชย์ได้ ก็ควรดำเนินการทางกฎหมายให้เกิดมาตรการเยียวยาและมาตรการรองรับผลกระทบภายในประเทศก่อนที่การเจรจาจะแล้วเสร็จ โดยต้องจัดสรรงบประมาณให้กับระบบบริการสุขภาพหรือระบบประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น ตามรายได้ที่สูงขึ้นจากความตกลงทางการค้าเสรี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านยาและเพิ่มการเข้าถึงยาของผู้ป่วย
นอกจากนี้ ให้จัดสรรงบประมาณในการทำวิจัยและพัฒนาอย่างเพียงพอ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยผลิตยาเองได้ ลดการพึ่งพายาจากต่างประเทศ พร้อมทั้งให้รัฐกำหนดให้มีมาตรการควบคุมยาในประเทศอย่างจริงจัง สำหรับปัญหาคู่เจรจาขอให้ขยายระยะเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรยา ที่ประชุมเห็นว่าต้องเสนอให้มีการขยายระยะเวลาคุ้มครองสั้นที่สุด
ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลจากสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ระบุว่า หากการเจรจาการค้าเสรียอมรับการขยายความคุ้มครองสิทธิบัตรยาให้เหนือกว่าความตกลงทริปส์ อาจจะส่งผลให้เกิดการขยายสิทธิการผูกขาดทางการพาณิชย์ในยา โดยหากเพิ่มการคุ้มครองสิทธิบัตรยาให้กับคู่เจรจา 1 ปี มูลค่าผลกระทบต่อราคายาสูงสุดจะอยู่ที่ 2,834.7 ล้านบาท หากยืดอายุถึง 10 ปี มูลค่าผลกระทบสูงสุดจะมากกว่า 2 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกันสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้เห็นชอบร่างความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องการจัดทำความตกลงทางการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะมีผลกระทบต่อการเข้าถึงยา เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
สำหรับข้อเสนอ ได้แก่ รัฐบาลต้องมีการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อ (ร่าง) กรอบเจรจาฯ อย่างทั่วถึงก่อนเสนอให้รัฐสภาพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 และให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศกำหนดกรอบการเจรจาฯ อย่างชัดเจนว่าให้ระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาต้องไม่เกินไปกว่าข้อตกลงทริปส์ นอกจากนี้ต้องจัดให้มีการศึกษาเปรียบเทียบผลดีผลเสียในภาพรวมทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการมาเยือนประเทศไทยของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าว่า เชื่อว่านายบารัก โอบามา จะเสนอให้ไทยเข้าร่วมเจรจาความตกลงการค้าข้ามแปซิฟิก หรือ TPPA ซึ่งเนื้อหาของ TPPA อุตสาหกรรมยาข้ามชาติได้สอดไส้ไม่ให้มีการควบคุมราคายา ไม่ให้ต่อรองราคายา รัฐบาลจึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดี n







