posttoday
สนามฟุตซอลหนองจอกเราเรียนรู้อะไรบ้าง

สนามฟุตซอลหนองจอกเราเรียนรู้อะไรบ้าง

10 พฤศจิกายน 2555

คิดว่าท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นแฟนฟุตบอลหรือไม่ หรือจะพูดให้ตรงประเด็นหน่อยก็คือ ไม่ว่าจะเป็นแฟนฟุตซอล (Futsal) หรือไม่

โดย...เจษฏ์ โทณะวนิก

คิดว่าท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นแฟนฟุตบอลหรือไม่ หรือจะพูดให้ตรงประเด็นหน่อยก็คือ ไม่ว่าจะเป็นแฟนฟุตซอล (Futsal) หรือไม่ ก็คงจะได้ยิน ได้รับรู้มาบ้างถึงเรื่องราวเกี่ยวกับสนามฟุตซอลหนองจอกหรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สนามบางกอกฟุตซอล อารีนา (Bangkok Futsal Arena) ที่เราเรียกกันว่าสนามหนองจอกที่ตั้งอยู่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งควรจะได้ใช้ในรอบเปิดสนามการจัดการแข่งขันฟีฟ่าฟุตซอลโลก ปี 2012 (FIFA World Cup Futsal 2012) และควรจะได้ใช้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย รอบรองชนะเลิศ รอบชิงที่สาม และรอบชิงชนะเลิศ

ในส่วนของรอบเปิดสนามนั้น พวกเราหมดลุ้นกันตั้งแต่นานแล้ว แต่สิ่งที่คนไทยลุ้นกันก็คือ การที่จะได้ใช้สนามหนองจอกในรอบตั้งแต่ 8 ทีมสุดท้าย ไปจนกระทั่งถึงรอบชิงชนะเลิศ เราเฝ้ารอกัน ซึ่งในตอนเริ่มการแข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2555 เราก็ได้รับข่าวจากทางฟีฟ่า (International Federation of Association Football (FIFA) ว่ามีสัญญาณที่ดีที่เราจะได้ใช้สนามหนองจอกในรอบดังกล่าว เนื่องจากทางฟีฟ่าได้ไปตรวจสนาม เมื่อวันที่ 30 และ 31 ต.ค. 2555 แล้วเห็นว่าน่าจะเสร็จทันรอบที่ว่าไปนั้น หรือเรียกกันภาษาง่ายๆ ว่า รอบลึก

ทางฟีฟ่า ซึ่งคนในวงการฟุตบอลก็มักจะเรียกกันว่าเป็นนายใหญ่ (Boss) ของการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติ (International) หรือระดับโลก (World) หรือเป็นนายใหญ่ของวงการฟุตบอล เมื่อเขาบอกว่าได้ ก็ได้ บอกไม่ได้ ก็ไม่ได้ ก็ได้ระบุว่า จะชี้ชะตาสนามหนองจอกในวันที่ 5 พ.ย. 2555 แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2555 มาถึง เราก็ยังไม่ได้ยินอะไรจากทางฟีฟ่า จนกระทั่งวันที่ 6 พ.ย. 2555 ฟีฟ่าก็แถลงข่าวว่าไม่อนุมัติให้มีการใช้สนามหนองจอก

คนไทยมีทั้งที่เซ็ง มีทั้งที่สะใจ ดีใจ เสียใจ และความรู้สึกอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งหากพิจารณาในความที่พวกเราต่างก็เป็นคนไทย และต่างก็ถือว่าอยู่ในฐานะเจ้าภาพด้วยกัน ความรู้สึกด้านบวกจากการที่สนามหนองจอกไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้ทำการแข่งขันไม่น่าจะเกิดมีขึ้นได้ เว้นแต่หากจะมีก็คือ ความรู้สึกปลอบใจตนเองในความรู้สึกด้านลบ เช่น เขาไม่ให้ใช้ ดีกว่าสนามถล่มลงมาทับคน อะไรทำนองนี้ ก็คงจะไม่แปลก

แต่ความรู้สึกพวกดีใจ สะใจ นี่สิแปลกของจริง แต่ก็อาจจะมีคนรู้สึกเช่นนี้ได้ นี่น่าเสียใจเสียยิ่งกว่าสนามหนองจอกไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ทำการแข่งขัน มันแสดงให้เห็นว่าคนไทยรู้สึกอย่างไรต่อกัน และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ คนไทยรักชาติบ้านเมืองของตนมากน้อยแค่ไหน

เหตุทั้งหลายทั้งปวงมีเงื่อนงำมากมาย ซึ่งหลายๆ ท่านก็อาจจะทราบมหากาพย์นี้อยู่บ้าง ซึ่งการที่จะมองให้เห็นปัญหานั้นไม่ยาก ลองนึกตามง่ายๆ ว่า รัฐบาลสมัยที่เราได้รับการลงมติให้เป็นผู้จัดการแข่งขันฟุตซอลในคราวนี้คือ รัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ โดยผู้ที่จะต้องรับผิดชอบหลักในการสร้างสนาม คือ กทม. แต่งบประมาณนั้นจะมาจากรัฐบาล

ถ้าหากว่าไม่มีความเปลี่ยนแปลงในพรรคที่เป็นแกนนำของรัฐบาล ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ปรากฏว่าพอถึงเวลาที่จะต้องดำเนินการจัดการแข่งขันกันจริงๆ รัฐบาลที่จะต้องเป็นผู้อนุมัติงบประมาณ และเป็นผู้ดูแลให้การจัดการแข่งขันเป็นไปโดยเรียบร้อย กลับกลายเป็นรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ประเด็นการสร้างสนามอาจจะเริ่มมีกลิ่นของปัญหาขึ้นมาแล้วทีนี้

เมื่อถึงในยามสร้างสนามจริงๆ ซึ่งเราน่าจะมีเวลาเหลือเฟือ แต่การณ์กลับปรากฏว่ากว่าจะได้สร้างกันก็ปาเข้าไปต้นปีนี้ ซึ่งกำหนดการคร่าวๆ ของผู้รับเหมาก็น่าจะสงกรานต์ปีหน้า หรือกลางปีหน้าถึงจะแล้วเสร็จ คิดดูสิครับมันจะเป็นไปได้อย่างไร จะต้องแข่งขันกันราวปลายปีนี้ แต่ปีหน้าสนามถึงจะเสร็จ แล้วผู้รับเหมาเป็นใคร ไปลองค้นกันดู

เรื่องราวไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ซึ่งต้องดูแลระดับนโยบายในการดำเนินการจัดการแข่งขันกับนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องดูแลระดับปฏิบัติการก็หาใช่คนอื่นไกล คุณวรวีร์ มะกูดี ก็เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยนั่นเอง ดังนั้นก็ไม่น่าที่จะมีปัญหาอะไรในการออกงบประมาณและการสร้างสนาม แต่มันติดที่ว่าสนามมันอยู่ในเขตหนองจอกนี่รึเปล่า มันพื้นที่ กทม.ดูแล ซึ่งก็ลองย้อนไปนึกถึงสมัยน้ำท่วมดูว่า กทม. กับรัฐบาลประสานงา (น) กันได้ดีขนาดไหน แถมด้วยผู้ว่าฯ กทม. ก็มาจากพรรคประชาธิปัตย์อันเป็นพรรคฝ่ายค้านอีก

ฟีฟ่าเองก็น่าจะรู้ถึงเรื่องนี้ ซึ่งน่าจะรู้ตั้งแต่แรกเริ่มเลยทีเดียว เพราะความสนิทสนมกันระหว่างกรรมการบริหารฟีฟ่าทั้งหลายกับหลายท่านในกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอล ก็ใช่ว่าจะน้อยอยู่เมื่อไหร่ ฟีฟ่าไม่มีคำแนะนำอะไรให้ หรือไม่ได้พูดคุยกันเลยหรือ และที่สำคัญฟีฟ่าผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านการจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกมาขนาดไหน ไม่รู้ถึงสายสนกลในของการเมืองเลยหรือ

สนามหนองจอกจึงกลายเป็นมหากาพย์ของการเรียนรู้การเมืองทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศกันไป แทนที่จะได้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง

เสียดายพื้นที่จำกัด วาระต่อไปมาล้วงลึกกัน ความหวังดีต่อประเทศชาตินั้นเป็นฉันใด

 

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69