posttoday
ไม่ขุดก๊าซ ทับซ้อนเขมร

ไม่ขุดก๊าซ ทับซ้อนเขมร

10 พฤศจิกายน 2555

เป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ผงาดขึ้นเป็นเจ้ากระทรวงในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) “ปู 3” แต่ชื่อ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล

โดย...วิษณุ นุ่นทอง  ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

เป็นหนึ่งในสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ผงาดขึ้นเป็นเจ้ากระทรวงในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) “ปู 3” แต่ชื่อ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงานป้ายแดง อดีตเสนาบดีหลายกระทรวงทั้งพาณิชย์ อุตสาหกรรม ยันคมนาคม กลับถูกจับตามองมากกว่าใคร เพราะหลายฝ่ายฟันธง “เขา” ถูกส่งตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายใหญ่พรรคเพื่อไทย ให้มาคุมขุมพลังงานที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจมหาศาล

“ท่านทักษิณไม่เคยสั่ง แม้กระทั่งนายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็ไม่เคย” เฮียเพ้งปฏิเสธเสียงดังฟังชัดหลัง “โพสต์ทูเดย์” ถามถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ มีใบสั่งล็อกที่นั่งในคาบิเนตให้ดูแลพลังงาน โดยเฉพาะผลประโยชน์ของก๊าซธรรมชาติบนพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกัมพูชา

พงษ์ศักดิ์ ให้เหตุผลว่า พลังงานหรือก๊าซในอ่าวไทยอยู่ในเขตแดนที่ยังเป็นปัญหาและมีกรณีพิพาทไม่จบสิ้น ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เองไม่เคยสั่งให้ไปจัดการเรื่องนี้ เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมที่ต้องดูแลเขตแดนทั้งหมด ทางกระทรวงพลังงานไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวและตัดสินใจเรื่องนี้ได้ และต้องรอการตัดสินใจทางสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร

ไม่ขุดก๊าซ ทับซ้อนเขมร

 

“ก๊าซขาดแคลนที่อ่าวไทย เราได้เตรียมการแก้ปัญหาโดยไปซื้อก๊าซจากประเทศอื่นมาสำรองเพื่อให้คนไทยมีพลังงานใช้อย่างมั่นคง แต่ถ้าจะไปขุดเจาะก๊าซระหว่างเขตแดนไทยเขมรนั้นยังไม่มีอยู่ในความคิด และก็ยังไม่คิดจะไปเจรจากับใครด้วย” เฮียเพ้ง ยืนยันหนักแน่น

ถามถึงแนวโน้มความร่วมมือหากกระทรวงการต่างประเทศสามารถหาข้อตกลงได้สำเร็จ “เฮียเพ้ง” แย้งว่า ยังเป็นไปไม่ได้ในช่วงเวลานี้ เพราะกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการได้ต้องรอให้สถานการณ์ระหว่างประเทศถึงจุดปรองดองที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก

ปัจจัยหลักในการตัดสินใจเรื่องนี้ เจ้าตัวย้ำว่า ความเข้าใจของประชาชนระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ควบ 2 สถานะทั้งผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยอันเป็นจุดกำเนิดของพรรคเพื่อไทย และสถานะพี่บังเกิดเกล้าของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ยังเป็นเงาทาบทับการบริหารงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าบารมีของนายใหญ่แผ่ซ่านทุกสารทิศทุกครั้งที่มีการปรับ ครม. รวมถึงเก้าอี้กระทรวงพลังงานที่หลายฝ่ายจับตามอง กรณีนี้เฮียเพ้งอัพเดตความสัมพันธ์กับอดีตนายกรัฐมนตรีว่า 5 ปีที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ บ่อยครั้ง ตามประสาคนเคยรักเคยผูกพันสมัยทำงานการเมืองตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรรคไทยรักไทย

“ผมมีหลายสถานะ สถานะหนึ่งคือลูกน้องท่าน อีกสถานะหนึ่งท่านยกย่องให้ผมเป็นเพื่อน ในยามที่ท่านทุกข์ยากต้องอยู่เมืองนอก ผมก็ไปเยี่ยมเยียนพูดคุยเพื่อให้ท่านมีความสุข เวลาว่างผมมักจะไปเสมอ เพราะเห็นท่านยังเป็นเจ้านายเป็นลูกพี่ ผมไม่ปิดบังหรอก ตอนที่ทหารใน ศอฉ. (ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน) เรียกผมไปถามเมื่อปี 2553 ผมก็ยืนยันชัดเเล้วถามกลับไปว่า ความซื่อสัตย์ ความกตัญญูของผมมีความผิดหรือ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรที่เลวร้าย”

“บางทีไปตีกอล์ฟหรือสังสรรค์ด้วย 2-3 วันกลับ บางครั้ง 1 อาทิตย์กลับ หรือบางทีเดินทางไปเพื่อเป็นเพื่อนท่านเดินทางไปประเทศโน้น เที่ยวประเทศนี้ แต่เรื่องไปทำธุรกิจไม่เคยทำร่วมกัน ผมจะไปทำร่วมกับท่านได้อย่างไร เพราะสถานะของหุ้นส่วน คือ ต้องมีเงินมากมายใกล้เคียงกัน แต่ของผมมีธุรกิจของตัวเองแค่เล็กๆ เท่านั้น (หัวเราะ)”

แม้สายสัมพันธ์จะเหนียวแน่นขนาดไหน “เฮียเพ้ง” ยังยืนยันว่า ที่มาของเก้าอี้รัฐมนตรีนั้น นายกฯ ยิ่งลักษณ์พิจารณาความสามารถจากการทำงานในอดีตตั้งแต่บริหารงานพรรคไทยรักไทย และอยู่หลังม่านคอยวิเคราะห์การเมืองให้กับพรรคพลังประชาชนและเพื่อไทยอยู่ตลอด แต่หากจะถามว่าได้ไปวิ่งเต้นต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีโดยอ้างว่าเป็นคนใกล้ชิดหรือไม่นั้น “เฮียเพ้ง” ปฏิเสธเสียงแข็ง “ผมไม่เคยทำ”

“ผมคิดว่าไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว เพราะผมเองไม่เคยเสาะถาม ไม่เคยพูดคุยเรื่องตำแหน่งที่ผมจะได้รับหรือไม่ได้รับ ผมบอกไปแล้วว่าไม่จำเป็นต้องตั้งไปเป็นรัฐมนตรี ผมอยู่ช่วยเหลือในพรรคตรงไหนก็ได้ เต็มใจทำให้อยู่แล้ว ผมจะได้มีเวลาท่องเที่ยวมากขึ้น เดินทางมากขึ้น เพราะว่ารุ่นน้องที่ทำงานก็เก่งกันทั้งนั้น ช่วงเวลาที่หยุดไป 45 ปี สมาธิเราได้นิ่ง สมองเราก็นิ่ง เรารู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้ค่อนข้างจะสบายพอสมควร เพราะฉะนั้นความหวังที่จะไปวิ่งเต้นต่อรองเพื่อที่จะให้เขาเห็นใจว่าเป็นคนใกล้ชิดนั้นไม่ใช่ ไม่มีส่วนนั้นเลยครับ”

ไม่ขุดก๊าซ ทับซ้อนเขมร

ถามว่ามีชื่อนั่งกระทรวงพลังงานตั้งแต่แรกหรือไม่? รัฐมนตรีรุ่นใหญ่ยอมรับว่า ตอนแรกในใจคิดว่าเป็นแค่รองนายกรัฐมนตรีเพียงตำแหน่งเดียว แต่นายกฯ ยิ่งลักษณ์มอบหมายงานกระทรวงพลังงาน เพราะเห็นว่าเรื่องพลังงานในส่วนที่เป็นนโยบายต้องทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยนายกฯ ยังกำชับว่าให้ดูแลผู้ที่มีรายได้น้อยว่าจะต้องช่วยเหลืออุดหนุนอย่างไร แต่ขณะเดียวกันกองทุนพลังงานต้องบริหารจัดการอย่างไรไม่ให้ขาดทุนระยะยาวด้วย

“ถ้าพูดจริงๆ แล้ว ผมชอบกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุด เพราะโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝันที่ผมคิดขึ้นมา ปัจจุบันยังยืนยงคงกระพัน และเด็กนักเรียนที่อยู่ในโครงการนี้ก็มีการพัฒนาการมากขึ้นอย่างที่ผมยังคาดไม่ถึง แม้กระทั่งระบบครูอาจารย์ที่สอนก็ดีขึ้นเยอะ การมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่กับโรงเรียนมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น”

“ช่วงที่มีการปรับ ครม.มีการพูดกันเยอะอยากให้ผมเป็น รมว.ศึกษาธิการ หลายคนก็สนับสนุน แต่ผมต้องห้าม เพราะการจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผม แต่ขึ้นอยู่กับนายกฯ ก็ขอร้องไปว่าอย่าทำอย่างนั้นมันไม่เหมาะสม เพราะจะเป็นการเรียกม็อบมา (หัวเราะ) ทุกคนรักและเห็นใจก็หยุดไป” เฮียเพ้ง เล่าพลางยิ้มอารมณ์ดี

อดีตรัฐมนตรี 3 กระทรวง ยังแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะผู้ควบคุมทิศทางพลังงานของประเทศว่า โจทย์ของกระทรวงพลังงานที่ต้องเร่งแก้ คือ ปัญหาการควบคุมพลังงานในภาคต่างๆ เช่น ภาคครัวเรือน ภาคการขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ข้อตกลงของการเป็นภาคีร่วมจะทำให้ราคาทั้งพืชผลภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบเสรีในตลาดเออีซี พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะเป็นต้นทุนการผลิตเเละการขนส่งที่ทำให้ราคาสินค้าเท่ากัน แต่ปัจจุบันราคาพลังงานของประเทศไทยแตกต่างกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากประเทศไทยอุดหนุนทุกภาคส่วน การจะปรับเปลี่ยนการอุดหนุนทุกภาคส่วนมาเป็นการอุดหนุนเฉพาะส่วน เช่น อุดหนุนเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยจะทำอย่างไร ขณะเดียวกันพวกภาคส่วนที่ไม่อุดหนุนจะต้องออกมาตรการอย่างไร เป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยาก

เมื่อพูดถึงเออีซี หลายฝ่ายจับตามองธุรกิจพลังงานในประเทศพม่าและบทบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ พงษ์ศักดิ์รีบชี้แจงทันที “ไม่มีหรอกครับเรื่องผลประโยชน์ของท่านทักษิณด้านพลังงาน ยิ่งในแถบประเทศเพื่อนบ้านยิ่งไม่มีใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพม่า ปตท.สผ. (บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม) ได้สัมปทานขุดเจาะก่อนตั้งนานแล้ว ประมูลเรียบร้อยแล้วกำลังขุดเจาะอยู่ การเจรจาไม่ใช่เพิ่งทำในปีนี้ มันทำมาตั้งแต่หลายปีก่อนหน้านี้แล้ว และก็นำก๊าซขึ้นมาขาย แต่ขุดเจาะผลเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครทราบ เพราะเขาเป็นองค์กรที่มีอิสระในการทำงาน กระทรวงพลังงานมีหน้าที่เพียงแต่กำกับดูแลเท่านั้น”

“เพราะฉะนั้นผลประโยชน์ในพม่าเรื่องก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันก็ไม่มี กัมพูชาก็ไม่มีอยู่เเล้ว ส่วนในมาเลเซียนั้นเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (จีดีเอ) ก็จบไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ยุคทองในการหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในประเทศเพื่อนบ้านมันหมดลงแล้ว เดี๋ยวนี้เราต้องไปหาไกลออกไปในทะเลลึก ในทะเลที่ปั่นป่วนในสภาพอากาศที่ยากลำบาก เพราะฉะนั้นต้นทุนของก๊าซ น้ำมันในอนาคตมีแต่แพงขึ้น ไม่มีของถูกๆ มาให้เราหาใกล้ๆ เพราะฉะนั้นอดีตนายกฯ ทักษิณเองจะมาสั่งให้มาหาก๊าซบริเวณนี้ก็ไม่ได้ เขาขุดเจาะกันไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีหรอกครับที่ท่านจะมาสั่ง เป็นการคาดเดาทั้งนั้น”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท