posttoday
ความยากจนทางปัญญา

ความยากจนทางปัญญา

25 มีนาคม 2553

...ภุมรัตน์ ทักษาติพงษ์

ในโลกเทคโนโลยีสารสนเทศทุกคนมีโอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูลได้เท่าเทียมกัน แต่หลายคนไม่อาจเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้เป็น “ความรู้” ได้ และคนที่มีความรู้ก็ไม่ใช่ว่าจะมี “ปัญญา” เสมอไป บางทีคนเราก็ตกกับดักข้อมูลข่าวสารจนไม่พัฒนาไปสู่ความรู้ และตกกับดักความรู้หรือให้ความสำคัญกับความรู้แล้วหยุดอยู่เพียงแค่นั้น ไม่ยอมก้าวไปสู่ปัญญา คนที่มีความรู้ไม่จำเป็นว่าเขาต้องมีปัญญาเสมอไป

พจนานุกรมของฝรั่งหลายเล่มได้ให้คำจำกัดความของคำว่าปัญญาไว้คล้ายๆ กัน ปัญญา หมายถึง ความสามารถที่จะตัดสินว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรคือความจริง อะไรคือความเท็จ และนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ นัยหนึ่งปัญญา คือ ความสามารถในการคิดการปฏิบัติโดยใช้ความรู้ ประสบการณ์ สามัญสำนึก การเข้าใจอย่างถ่องแท้ ลึกซึ้งเฉลียวฉลาด คำที่ตรงข้ามกับปัญญาน่าจะเป็นความโง่เขลาเบาปัญญา

เมื่อพูดถึงปัญญา คนไทยจะใส่คำว่า “สติ” ควบคู่ไปด้วยเสมอเป็น “สติปัญญา” หมายถึงการมีปัญญานั้นต้องมีสติกำกับด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีกระแสพระราชดำรัสต่อปวงชนชาวไทยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2552 และในพรพระราชทานวันปีใหม่ 2553 ว่า จะทำการสิ่งใด ต้องมี “สติรู้ตัว ปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ และผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นใหญ่”

ในพุทธศาสนา เราได้ยินคำว่า “ศีล สมาธิ ปัญญา” เสมอ ประพนธ์ ผาสุขยืด พูดตอนหนึ่งถึง “ศีล สมาธิ ปัญญา” ว่า ถ้าไม่มีศีลก็ไม่มีสมาธิ หากไม่มีสมาธิก็ไม่เกิดปัญญา และต้องอาศัยปัญญาก่อนจึงจะมีศีล สามคำนี้วนเวียนเป็นวงกลมคล้ายเชือกสามเกลียวที่พันอยู่ด้วยกัน ท่านได้อธิบายถึงการเรียนรู้ว่าอาจมองได้ 3 ระดับ คือ “รู้จำ รู้จริง และรู้แจ้ง” รู้จำและรู้จริงเป็นการสอนให้คน “คิดเป็น ทำเป็น” ส่วนการเรียนรู้ระดับสามนั้นสอนให้คน “คิดถูก ทำถูก” ซึ่งน่าจะเปรียบได้กับ “ปัญญา” นั่นเอง

ปัญญาไม่เกี่ยวกับความรวยความจน ระดับการศึกษาของคน ตำแหน่งและยศถาบรรดาศักดิ์ บางทีคนรวยทรัพย์สินเงินทอง แต่ขัดสนทางปัญญาก็มี บ่อยครั้งที่คนพวกนี้แยกแยะไม่ได้ว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรดีอะไรชั่ว คนระดับดอกเตอร์ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนที่มีปัญญาเสมอไป แต่คนที่เรียนรู้มากสนใจศึกษาสิ่งรอบตัวมาก พัฒนาข้อมูลให้เป็นความรู้ ก็ย่อมมี “โอกาส” ที่จะพัฒนาความรู้ไปสู่ปัญญาได้ ข้อมูลข่าวสารไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้โดยอัตโนมัติ และความรู้ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญญาโดยอัตโนมัติ ทุกอย่างต้องมีการพัฒนาให้สูงขึ้น

ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายมีปัญหาเรื่อง “ความยากจน” เราจึงเรียกว่า ประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจน ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำและปานกลาง แต่คนไทยเรามองว่า คนจนก็คือคนที่มีความขัดสนในปัจจัย 4 คือ อาหารเสื้อผ้า ยารักษาโรคที่อยู่อาศัย คนจำนวนไม่น้อยนอกจาก “ยากจนทางทรัพย์สิน” แล้ว ยัง “ยากจนทางปัญญา” อีกด้วย บางทีก็เรียกว่า “ขัดสนทางปัญญา” หรือ “อับจนทางปัญญา”

คนรวย คนมีความรู้จำนวนไม่น้อยที่เป็นคนขัดสนทางปัญญาในเนื้อหาสาระ เพราะเขาไม่สามารถแยกได้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว อะไรถูกอะไรผิด อะไรควรอะไรไม่ควร หรือจะเรียกว่า “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว” ก็คงได้ ด้วยเหตุที่ไม่รู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด มาตรฐานของสังคมคืออะไร ดังนั้น พวกนี้จึงเป็นคนที่มีปัญหาด้านคุณธรรม

ในขณะที่คนยากจนมีความรู้น้อย เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่มีปัญญาที่สามารถแยกแยะความดีความชั่ว ถูกผิด ออกจากกันได้ และไม่ยอมเอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้ว คลุกคลีกับความชั่วหรือสิ่งที่ผิด เขาเลือกที่อยู่กับฝ่ายถูกต้อง อยู่ข้างความดี อยู่ฝ่ายธรรม พวกเขามีคุณธรรมประจำใจ คนที่มีปัญญาย่อม “คิดดี พูดดี ทำดี” และต้องรู้ด้วยว่า “ความพอดี” นั้นอยู่ตรงไหน

เมื่อพูดถึงความดีความชั่ว บางคนก็ต้องถามคำถามว่า ความดีของใคร ความถูกต้องของใคร ความดีและความถูกต้องของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนก็รู้อยู่ว่า ความดี ความถูกต้องมีมาตรฐานสากล สังคมนั้นๆ จะเป็นคนบอกเองว่านี่คือความดี นี่คือความชั่ว นี่คือความถูก และนั่นคือความผิด นี่คือธรรม และโน่นคืออธรรม นี่คือความซื่อสัตย์สุจริต นั่นคือการทุจริตคอร์รัปชัน คนที่มีปัญหาด้านสุขภาพทางปัญญาไม่สามารถแยกแยะความดีความชั่ว สิ่งที่ถูกและผิดออกจากกันได้ กลับไปสนับสนุนคนที่โกงกินคอร์รัปชัน บางคนมองผลที่เกิดขึ้นโดยไม่ดูที่เหตุ หรือบางทีไม่ก้มดูตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการกระทำของตนทั้งสิ้น แต่กลับไปโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่น

คนที่มีปัญญาย่อมรู้จักใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ใช้เสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรงทางกายและวาจา ข่มขู่ คุกคามคนอื่น คนที่มีปัญญาพร้อมที่จะ “สละชีพเพื่อชาติ” ดังเช่น พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา หรือจ่าเพียรขาเหล็กของชาวบ้าน ไม่ใช่ “สละชาติเพื่อชีพ” เช่นบางคน

สหประชาชาตินอกจากกำหนดให้ความยากจน เป็นภัยคุกคามด้านเศรษฐกิจต่อความมั่นคงของชาติแล้ว ยังถือว่า ความยากจนทางปัญญาเป็นภัยคุกคามทางสังคมต่อความมั่นคงของชาติด้วย ประเทศใดที่ประชากรจำนวนมากขัดสนทางปัญญา ประเทศนั้นย่อมเจริญยาก เพราะประชาชนมัวแต่คิดจะสละชาติเพื่อชีพ คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท