
ชงตั้งกก.ร่วมรัฐ-เอกชน
กรองมาตรการเยียวยาค่าจ้าง ขอ30วันคัดเฉพาะทำได้จริง
กรองมาตรการเยียวยาค่าจ้าง ขอ30วันคัดเฉพาะทำได้จริง
กกร.เตรียมทำหนังสือยื่นนายกฯ ขอตั้งคณะทำงานรัฐร่วมเอกชน กลั่นกรองมาตรการเยียวยาค่าจ้าง 27 ข้อ
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) หารือผลกระทบจากปัญหาขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ เห็นชอบให้ นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน กกร. ทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอให้ตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อกลั่นกรองมาตรการช่วยเหลือลดผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท 27 ข้อ ของกระทรวงแรงงาน และร่วมกันหามาตรการที่ดีที่สุดเพื่อมาบรรเทาผลกระทบ โดยขอเวลา 30 วัน ในการกลั่นกรอง
ขณะเดียวกันจะขอให้ชะลอการนำเรื่องค่าจ้างเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จนกว่าจะมีมาตรการรองรับเรียบร้อยก่อน เพราะหากมาตรการที่ออกมาไม่สามารถปฏิบัติได้จริง จะสร้างความเสียหายต่อประเทศ
ทั้งนี้ จากมาตรการ 27 ข้อของกระทรวงแรงงาน เห็นว่ามีการตั้งกองทุนเยียวยาสถานประกอบการ น่าจะมีประโยชน์และเป็นทางออกที่ดี แต่ยังไม่มีรายละเอียด คณะกรรมการร่วมจึงน่าจะเข้ามาช่วยกันจัดทำรายละเอียด
“หลังจากนี้ทั้ง ส.อ.ท. หอการค้า และสมาคมธนาคารไทย จะนำเรื่องไปหารือกับสมาชิก เพื่อระดมความเห็น หากต้องการให้มีมาตรการเพิ่มเติม หรือลดมาตรการใดออก” นายทวีกิจ กล่าว
ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หากการขึ้นค่าจ้างไม่สามารถชะลอออกไปได้ แนวทางช่วยเหลือที่ได้ผลมากที่สุด คือ การช่วยจ่ายส่วนต่างค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น โดยในเบื้องต้นปีแรกรัฐบาลอาจช่วยจ่ายในสัดส่วนที่มากหน่อย และค่อยๆ ปรับลดลงมาจนภาคเอกชนสามารถดูแลตัวเองได้ จนรัฐบาลเลิกจ่ายไปในที่สุด
ทั้งนี้ ในส่วนมาตรการเยียวยาเดิม 27 ข้อของกระทรวงแรงงานที่มีอยู่แล้ว ยังเป็นมาตรการที่ใช้ไม่ได้ผล มีเพียงไม่กี่มาตรการที่ครอบคลุมการดูแลเอสเอ็มอี







