
กสทช.รอคำสั่งศาลปกครอง พร้อมระงับใบอนุญาต3จี
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.)
และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า มติของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้ส่งเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3จี ถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย เพราะประเด็นที่เชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.กสทช. ค่อนข้างซับซ้อนและเข้าใจยาก อย่างไรก็ตาม กสทช.จะต้องรอคำสั่งจากศาลปกครองกลางเท่านั้น หากศาลรับไต่สวนฉุกเฉินก็พร้อมชี้แจงในทุกประเด็น
สำหรับการให้ใบอนุญาตกับเอกชนที่ต้องดำเนินการภายใน 90 วัน หรือกลางเดือน ม.ค. 2556 หากศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วยการระงับการออกใบอนุญาต 3จี กสทช.ก็จำเป็นต้องหยุดกระบวนการดังกล่าว โดยเอกชนผู้เข้าร่วมประมูลไม่สามารถฟ้องร้อง กสทช.ได้ แม้ว่าจะได้จ่ายค่าใบอนุญาตงวดแรกแล้ว 50% เพราะถือเป็นคำสั่งศาลที่ กสทช.ต้องหยุดดำเนินการ
ด้านดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ขณะนี้ดีแทคไม่มีแนวคิดจะฟ้องร้องใดๆ เกี่ยวกับกระบวนการออกใบอนุญาต 3จี แต่ต้องการให้ 3จี เกิดขึ้น เพราะจะสร้างผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลให้กับประเทศ
ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาการประมูลคลื่น 3จี ว่ามีการแข่งขันเป็นธรรมหรือไม่ ตามมาตรา 47 รัฐธรรมมาตรา 47 รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ระบุว่า
“การจัดสรรคลื่นความถี่ต้องคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะอื่น และการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม”
และ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 45 ที่ระบุว่า
“ผู้ใดประสงค์จะใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งต้องดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขที่ กสทช.ประกาศกำหนด” และมาตรา 41 วรรคหนึ่งและวรรคเจ็ด ที่ระบุว่า
“การกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ ให้คํานึงถึงประโยชน์ในการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า การป้องกันการผูกขาด การส่งเสริมการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม การให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ ภาระของผู้บริโภค และการคุ้มครองสิทธิของผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น”







