
วิกฤตของกรีซกับอนาคตของเงินยูโร
...อรุณ จิรชวาลา
ประเทศที่มีอารยธรรมเก่าแก่และเป็นที่เกิดของกีฬาโอลิมปิก เริ่มมีข่าวปัญหาการเงินมาหลายเดือนแล้ว อาจจะพร้อมๆ กับช่วงที่มีข่าวปัญหาของดูไบ แต่ดูไบมีอาบูดาบีซึ่งเป็นญาติกัน และอยู่ในประเทศเดียวกันยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ในขณะที่กรีซมีแต่เพื่อนร่วมประชาคม คือ กลุ่มประเทศยูโรโซนสิบกว่าประเทศ ซึ่งกำลังประชุมกันที่บรัสเซลส์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ประเด็นที่ต้องตัดสินใจคือ จะยอมร่วมหัวจมท้ายกับกรีซด้วยการควักกระเป๋าหรือไม่
ก่อนอื่นต้องบอกว่ากรีซไม่ใช่ประเทศยากจน รายได้ต่อหัวของเขาสูงกว่าเราถึง 78 เท่า ชาวกรีซส่วนใหญ่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมาก อาหารดี อากาศดี ภูมิประเทศสวยงาม เป็นที่ท่องเที่ยวและเป็นแหล่งตากอากาศของชาวยุโรปและชาวโลก
ต้นเหตุของปัญหาการเงินของกรีซน่าจะมาจากการขาดวินัยการคลังต่อเนื่อง โดยในปีที่แล้วรัฐบาลขาดดุลงบประมาณสูงถึง 12.7% ของจีดีพี ทั้งๆ ที่กฎกติกาของยูโรโซนห้ามประเทศสมาชิกไม่ให้ขาดดุลเกิน 3%
แต่เรื่องนี้จะโทษกรีซอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะประเทศใหญ่ๆ อย่างฝรั่งเศสกับอิตาลีเริ่มปฏิบัติตามกฎไม่ได้ก่อน ทำให้ต้องมีการผ่อนปรน ประเทศที่เล็กกว่าอย่างกรีซจึงเอาอย่างบ้าง
ผลที่ตามมาคือการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมหาศาล โดยปีที่แล้วขาดดุลถึง 11.1% ของจีดีพี และหนี้สินภาครัฐในขณะนี้สูงถึง 115% ของจีดีพี หรือประมาณ 3 แสนล้านยูโร
พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก นอกจากการกู้ยืมใหม่เพื่อใช้หนี้เดิมจะยากขึ้นแล้ว ต้นทุนการกู้ยืมยังสูงตามด้วย ทำให้งบประมาณยิ่งปิดหีบไม่ลง
ที่ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายคือ กลุ่มนักเก็งกำไรที่แห่เข้ามารุมทึ้งในตลาดตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงส่วนต่างดอกเบี้ย
ทางออกในขณะนี้มีอยู่ 2 ทาง ทางแรกซึ่งกรีซอยากเห็นคือ ประเทศอื่นๆ ในยูโรโซน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยอรมนีกับฝรั่งเศสลงขันช่วย กับทางที่ 2 หันไปพึ่งไอเอ็มเอฟ
อุปสรรคที่จะทำให้ทางแรกไม่สัมฤทธิผลอยู่ที่เยอรมนี ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ทางเศรษฐกิจของยูโรโซน และมีเรื่องให้ต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ที่ผ่านมาภายในเยอรมนีมีการถกกันเครียดว่าควรจะเลือกเดินทางไหน
ฝ่ายที่อยากให้ช่วยให้เหตุผลว่า ประเทศที่ใช้เงินสกุลเดียวกันก็ต้องร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน ขืนปล่อยให้กรีซช่วยตนเองโดยไปเข้าโครงการของไอเอ็มเอฟ คงถูกบังคับให้ลดค่าเงิน ซึ่งก็จะทำให้ต้องออกจากยูโรโซน และปัญหาจะไม่จบเพียงเท่านั้น นักเก็งกำไรเสร็จจากแทะซากของกรีซ อาจจะหันไปรุมทึ้งประเทศสมาชิกรายอื่น เช่น สเปน โปรตุเกส ไอร์แลนด์ หรือแม้แต่อิตาลี ในที่สุดยูโรโซนก็อาจจะแตกสลาย และเงินยูโรถึงกาลอวสาน
เพราะฉะนั้น ควรให้ความสำคัญกับการรักษาเพื่อน และรักษาความสามัคคีภายในยูโรโซน
ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยบอกว่า ที่ผ่านมากรีซไม่ยอมช่วยตนเองเท่าที่ควร คำมั่นว่าจะปรับปรุงวินัยการคลังไม่มีทีท่าว่าจะทำได้ สหภาพแรงงานทั้งของภาคเอกชนและของรัฐวิสาหกิจต่างออกมาประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ขืนทุ่มเงินลงไปช่วยก็คงแก้ได้แค่ปัญหาเฉพาะหน้า แต่จะไม่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ทางที่ดีประเทศที่มีปัญหาอย่างกรีซควรถอนตัวหรือถูกขับออกจากยูโรโซนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะปรับตัวให้ดีขึ้นจึงกลับเข้ามาใหม่
กลุ่มนี้บอกว่า ควรจะยึดหลักการมากกว่ายึดเพื่อน เพราะถ้ายึดหลักการอาจจะเสียเพื่อนไปบ้าง แต่ส่วนรวมจะยังอยู่ได้ แต่ถ้ายึดเพื่อน ในที่สุดก็จะอ่อนแอและพังทลายลงทั้งหมด
บังเอิญนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็ก อังเกลา แมร์เกิล อยู่ในกลุ่มหลังนี้เสียด้วย จึงมีแนวโน้มว่ากรีซจะถูกตัดหางปล่อยวัดไอเอ็มเอฟ
ไม่ว่าในที่สุดประชาคมยุโรปจะตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของกรีซอย่างไร ผมก็มีประเด็นที่อยากเสนอให้ติดตามต่อไปดังนี้
หนึ่ง บทบาทของไอเอ็มเอฟ เยอรมนีดูจะเชื่อว่าลำพังประเทศสมาชิกต่างๆ ในยูโรโซนคงไม่สามารถแก้ปัญหาให้กรีซได้อย่างเป็นรูปธรรม ต้องพึ่งกลไกของไอเอ็มเอฟหรือองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นมาด้วยหลักการเดียวกัน ทั้งนี้เพราะประเทศอื่นจะไม่สามารถกำหนดมาตรการและเงื่อนไขผูกพันที่กรีซจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ต่างจากเงื่อนไขของไอเอ็มเอฟ ซึ่งประเทศที่เข้าโครงการมักจะไม่กล้าฝ่าฝืน เพราะเกรงจะกระทบกระแสการค้าและการลงทุนจากทั่วโลก
ประเด็นนี้ทำให้เห็นได้ว่า ในยามโลกสงบไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับไอเอ็มเอฟ แต่พอโลกมีปัญหาไอเอ็มเอฟก็เหมือนติดปีก เพราะประเทศที่เข้มแข็งต้องยืมมือไอเอ็มเอฟในการกำราบประเทศที่อ่อนแอและชอบยืมจมูกผู้อื่นหายใจ
สอง อนาคตของเงินยูโร กรีซอาจเป็นเพียงผล ไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาของเงินยูโร มีผู้เชี่ยวชาญที่บอกว่าปัญหาเริ่มตั้งแต่ตอนก่อตั้งยูโรโซนแล้ว เพราะสิบกว่าประเทศที่ตกลงใช้เงินสกุลเดียวกัน มีความสามารถในทางเศรษฐกิจต่างกัน ในจำนวนนี้เยอรมนีเข้มแข็งและมีวินัยที่สุด ผ่านไปไม่กี่ปีก็สะสมการเกินดุลภายในยูโรโซนเป็นจำนวนมหาศาล ในขณะที่ประเทศที่อ่อนแอกว่ารวมทั้งกรีซด้วย ยิ่งนับวันยิ่งขาดดุลสะสมมากขึ้น ครั้นจะแก้ปัญหาด้วยการพยายามให้ทั้งกลุ่มเกินดุลกับนอกกลุ่มก็ทำไม่ได้ เพราะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมโลก การล่มสลายของยูโรโซนกับเงินยูโรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น ไม่เริ่มที่กรีซก็คงเป็นประเทศอื่น ช้าหรือเร็วเท่านั้น
สาม นักวิชาการและนักการเมืองในบ้านเราที่อยากเห็นประเทศในอาเซียนใช้เงินสกุลเดียวกัน พึงนำบทเรียนจากเรื่องนี้ไปไตร่ตรองให้ดี อย่าลืมว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันภายในอาเซียนมีความแตกต่างกันมากกว่าในยูโรโซนเสียอีก เห็นได้จากรายได้ต่อหัวระหว่างประเทศที่ร่ำรวยที่สุดกับยากจนที่สุด สำหรับยูโรโซนอาจจะต่างกันเพียงประมาณเท่าตัวเท่านั้น ในขณะที่ภายในอาเซียนต่างกันหลายสิบเท่า







