posttoday
เขตควบคุมมลพิษ มาบตาพุด

เขตควบคุมมลพิษ มาบตาพุด

25 มีนาคม 2553

 

....อนุรักษ์ นิยมเวช

ปมปัญหาที่เกิดขึ้นในมาบตาพุดไม่ใช่มีเพียงแค่ปัญหาการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 67 วรรค 2 ที่ยังคงเป็นประเด็นที่รอการแก้ไขอยู่ในขณะนี้เท่านั้น เพราะก่อนหน้าที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการดำเนินการตามโครงการลงทุนรวมทั้งสิ้น 64 โครงการ ศาลปกครองจังหวัดระยองได้พิพากษาสั่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศให้ท้องที่เขตเทศบาลมาบตาพุดทั้งหมด รวมทั้งตำบลใกล้เคียงอีกหลายตำบลเป็นเขตควบคุมมลพิษ ทั้งนี้เพื่อให้ดำเนินการควบคุมลดและขจัดมลพิษตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป คำพิพากษาดังกล่าวนี้เป็นการตัดสินภายใต้ มาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศให้ท้องที่ใดเป็นเขตควบคุมมลพิษได้ หากท้องที่นั้นมีปัญหามลพิษซึ่งมีแนวโน้มที่จะร้ายแรงถึงขนาดเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยที่มาของการฟ้องคดีมาจากปัญหามลพิษในมาบตาพุดที่รุนแรงและเรื้อรังมาเป็นเวลานาน จุดกำเนิดของปัญหามลพิษในมาบตาพุดอาจกล่าวได้ว่าเกิดจากความหละหลวมและไม่ใส่ใจผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของรัฐบาล โดยมีการอนุญาตให้ก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่รุกล้ำพื้นที่กันชน (Buffer Zone) จนบ้านเรือนของชาวบ้านบางรายอยู่ห่างจากโรงงานอุตสาหกรรมเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ รายงานผลวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ที่ส่วนราชการและเอกชนได้จัดทำขึ้นชี้ชัดว่ามลพิษในมาบตาพุดอยู่ในขั้นวิกฤตและเป็นภัยต่อสุขภาพและอนามัยของชาวบ้านอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น อากาศในมาบตาพุดมีสารอินทรีย์ระเหยมากกว่า 40 ชนิด เป็นสารก่อ 20 ชนิด โดย 19 ชนิดเป็นสารอินทรีย์ระเหยก่อมะเร็งที่มีค่าก่อมะเร็งเกินมาตรฐาน และรายงานศึกษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติยังพบอีกว่า ในปี 2540–2544 สถิติการเกิดมะเร็งทุกชนิดและโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของอำเภอเมืองระยองสูงกว่าอำเภออื่นๆ ของจังหวัด 3 ถึง 5 เท่า รายงานทางวิชาการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากกิจกรรมในพื้นที่อย่างชัดเจน โดยที่ปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นในมาบตาพุดนั้นไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังเลย

เมื่อศาลปกครองมีคำสั่งประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ จึงเปรียบเสมือนชาวบ้านในมาบตาพุดได้ชีวิตใหม่ เพราะการประกาศเขตควบคุมมลพิษถือเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ ดูแล และควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนของตน โดยเมื่อมีการประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษแล้ว การดำเนินการเพื่อควบคุมและแก้ไขปัญหามลพิษจะต้องเป็นไปตามแนวทางของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ซึ่งกลไกหลักในการดำเนินการ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ โดยงานหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ สำรวจและเก็บข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษแล้วทำบัญชีรายละเอียดของปัญหาและผลกระทบต่างๆ จากนั้นวิเคราะห์และประเมินผลกระทบและกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการต่อไป เมื่องานหลักอยู่ในมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความใกล้ชิดกับชุมชนแล้ว ชาวบ้านในมาบตาพุดจึงสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในชุมชนได้ อีกหนึ่งกลไกที่สำคัญ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งมีอำนาจกำหนดมาตรฐานควบคุมมลพิษจากในเขตควบคุมมลพิษให้สูงกว่ามาตรฐานซึ่งบังคับใช้อยู่โดยทั่วไปได้ ซึ่งจะส่งผลให้กฎเกณฑ์ในการควบคุมมลพิษเข้มงวดและจริงจังมากขึ้น นอกจากนี้ กลไกอื่นๆ ได้แก่ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติซึ่งมีอำนาจกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น คุณภาพน้ำ อากาศ เสียงและอื่นๆ สำหรับเขตควบคุมมลพิษให้สูงกว่ามาตรฐานที่บังคับใช้อยู่ได้ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในกรณีที่ปัญหาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในเขตควบคุมมลพิษมีความรุนแรงเข้าขั้นวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องแก้ไขทันที และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่มีอำนาจหรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหามลพิษในมาบตาพุดโดยการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษมีตัวแปรหลักที่สำคัญ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการควบคุม ดูแล จัดการและแก้ไขปัญหามลพิษในชุมชนของตนได้โดยตรง ไม่ต้องขึ้นกับหน่วยราชการเพื่อให้การดำเนินการลดและขจัดมลพิษเป็นไปอย่างตรงจุดและรวดเร็ว การประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษจึงเป็นก้าวที่สำคัญในการเดินหน้าแก้ไขปัญหามลพิษในมาบตาพุดอย่างถูกวิธี

อย่างไรก็ดี การประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษเป็นอีกหนึ่งทางออกของปัญหามลพิษในมาบตาพุด แต่แนวทางนี้อาจเป็นแนวทางที่ไม่มีประสิทธิภาพนัก เพราะถึงแม้ว่าแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษจะมีการวางแนวทางไว้อย่างชัดเจน แต่การเตรียมการปฏิบัติตามแผนยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เพราะอุปสรรคสำคัญ คือ การขาดความรู้ ความเชี่ยวชาญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำแผนดังกล่าว เนื่องจากการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต้องอาศัยความรู้ทางวิชาการซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยจำนวนมาก จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐ อุปสรรคต่อมา คือ การเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีที่ล่าช้าของรัฐบาล ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดงบประมาณสนับสนุนในการจัดทำแผน ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คือ การที่ภาครัฐเข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำแผน อาจเป็นการเสี่ยงต่อการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะถูกครอบงำจากฝ่ายราชการ ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มคนบางกลุ่มได้ นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองอาจมีการดำเนินการที่ไม่ประสานกันระหว่างองค์กร หรือทำงานแบบแยกส่วน และไม่มีการวางกรอบเวลาในการดำเนินการกำหนดแผนอย่างชัดเจน ทำให้การแก้ไขปัญหามลพิษในมาบตาพุดดำเนินไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ การประกาศเขตควบคุมมลพิษอาจเป็นการแก้ไขปัญหามลพิษที่ถูกวิธี แต่อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะตัวแปรสำคัญ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาได้

การที่มาบตาพุดจะพ้นจากคำว่าเมืองมลพิษได้นั้น การประกาศเขตควบคุมมลพิษ การจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายถือเป็นสิ่งจำเป็น แต่การมีองค์การอิสระที่เป็นคนกลางเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง หากจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษโดยไม่รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของราชการ การปฏิบัติการก็จะล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพียงพอ แต่หากจะให้ภาครัฐที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางวิชาการมาช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็อาจเป็นการแทรกแซงการปฏิบัติการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอาจเกิดการครอบงำโดยภาครัฐได้ ดังนั้น ทางออกของสถานการณ์นี้ คือ การหา “คนกลาง” ที่จะเข้ามาช่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผน ซึ่งในที่นี้ คือ องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ประกอบไปด้วยคณะกรรมการที่เป็นคนกลางอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่สามารถถูกผลักดันให้เป็นรูปเป็นร่างได้ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งปมปัญหาในมาบตาพุดที่รอทางแนวทางแก้ไขเช่นกัน รัฐบาลควรเร่งจัดตั้งองค์การอิสระด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้เร็วที่สุด เพราะองค์การนี้คือตัวแปรที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปมปัญหาทุกปมในมาบตาพุด โดยองค์การดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามลพิษในมาบตาพุดเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษควรเร่งกำหนดมาตรฐานมลพิษให้เข้มงวดกว่าพื้นที่อื่นๆ อย่างไรก็ตาม การประกาศให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษไม่ได้แปลว่าจะมีโครงการลงทุนในมาบตาพุดไม่ได้เลย หากแต่ต้องเป็นอุตสาหกรรมที่สะอาด คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน และไม่ก่อให้เกิดมลพิษซ้ำเติมขึ้นอีก

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี