
สไตล์บ้านตปท.
....ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์
การกำหนดผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยในการขายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ นับว่ามีส่วนสำคัญเพื่อดึงดูดลูกค้าให้ตัดสินใจซื้อ โดยประเทศที่บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ขยายธุรกิจไปพัฒนาที่อยู่อาศัยในขณะนี้ คือ อินเดีย ในเมืองบังกาลอร์ มุมไบ เจนไน เวียดนาม เมืองไฮฟง และที่มัลดีฟส์ เกาะมาเล และฮูลูมาเล ซึ่งแต่ละประเทศจะมีความต้องการที่อยู่อาศัยในรูปแบบที่แตกต่างกัน
กลุ่มลูกค้าของพฤกษาในประเทศต่างๆ ข้างต้น เป็นกลุ่มประชาชนที่รายได้ระดับปานกลาง ดังนั้นบริษัทจึงกำหนดรูปแบบที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์
ที่เวียดนาม บริษัทได้สำรวจความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยระดับราคา 2 ล้านบาทต่อยูนิต ทั้งรูปแบบการใช้สอย วัสดุ และวัฒนธรรม สรุปได้ว่า รูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับชาวเวียดนามระดับรายได้ข้างต้น คือ ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น ยูนิตละ 60 ตารางเมตร เริ่มต้นที่ยูนิตละ 1.5 ล้านบาท ประเทศเวียดนามต้นทุนการก่อสร้างแพงกว่าประเทศไทย 10% ราคาที่ดินไร่ละประมาณ 3 ล้านบาท โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 140 ไร่ มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายและรายได้ 500 ล้านบาท และ 400 ล้านบาท ตามลำดับ โดยจะเริ่มขายไตรมาส 2 และเริ่มก่อสร้างไตรมาส 3
อินเดีย ผลสำรวจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ได้รูปแบบบ้าน 23 แบบ เป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ซึ่งบริษัทได้ปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสไตล์ของชาวอินเดีย เช่น ในเรื่องฮวงจุ้ย ที่ชาวอินเดียนิยมซื้อที่อยู่อาศัยที่หันหน้าบ้านไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก แตกต่างไปจากชาวไทยที่ต้องการให้หน้าบ้านหันไปทางทิศเหนือและทิศใต้
โครงการที่อยู่อาศัยในอินเดีย พฤกษามีพัฒนารวม 3 เมือง ได้แก่ บังกาลอร์ ซึ่งซื้อที่ดินเรียบร้อยแล้วจำนวน 65 ไร่ หรือ 26 เอเคอร์ เพื่อพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ประมาณ 590 ยูนิต ขณะที่โครงการใหม่อีก 2 โครงการ ที่เจนไนและมุมไบจะเปิดประมาณไตรมาส 4 ปี 2553 นี้ พื้นที่เมืองละประมาณ 25 เอเคอร์
ที่ประเทศอินเดีย ขั้นตอนในการซื้อที่ดินใช้เวลานาน ต้องซื้อผ่านบริษัทนายหน้าค้าที่ดิน เพราะมีข้อกฎหมายหลังจากซื้อต้องแปลงสภาพจากที่ดินเพื่อใช้ในการเกษตรกรรมมาเป็นเพื่อการพาณิชย์ ขายให้บริษัทเรา
มัลดีฟส์ เป็นคอนโดมิเนียม 5 ชั้น ไม่ต่ำกว่า 2,400 ยูนิต อยู่ที่เกาะฮูลูมาเล ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 140 ไร่ แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 เฟส เฟสแรก 650 ยูนิต มูลค่า 1,500 ล้านบาท โดยจะเริ่มดำเนินการในไตรมาสแรกปี 2553
นั่นเป็นสไตล์ที่อยู่อาศัยในแต่ละประเทศที่เรากำหนดผลิตภัณฑ์เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า







