
บี้กทค.ลดค่าดาตา3จีลง20%
‘หมอลี่’ชี้ลดแค่วอยซ์ไม่จริงใจ มัสต์แฮฟป่วนกสท.แตกกันเอง
‘หมอลี่’ชี้ลดแค่วอยซ์ไม่จริงใจ มัสต์แฮฟป่วนกสท.แตกกันเอง
นพ.ประวิทย์ บี้ กทค. ลดค่าบริการดาตา 3จี คณะอนุสอบผลประมูลขอเวลา 30 วัน ด้านจุฬาฯ ย้ำ กสทช.ตั้งราคาประมูลต่ำไม่ผิด
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า การที่ กทค.อีก 4 คน มีมติเตรียมออกหลักเกณฑ์กำหนดค่าบริการขั้นสูงควบคู่ไปกับการให้ใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ไม่เกินนาทีละ 78 สต. เฉพาะบริการด้านเสียงเพียงอย่างเดียว ถือว่าไม่จริงใจต่อผู้ใช้บริการเพราะไม่ได้รักษาสัญญาที่เคยประกาศไว้ เพราะที่ผ่านมา กทค.ได้ประกาศเจตนารมณ์ และชี้แจงกับคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ว่าจะลดค่าบริการทั้งเสียงและดาตาลงทั้งนี้ กทค.ได้ประกาศเจตนารมณ์ต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมาบอกชัดเจนว่า จะกำกับดูแลค่าบริการ 3 จีทั้งประเภทเสียงและดาต้าให้ลดลงไม่น้อยกว่า 1520% ของค่าบริการปัจจุบัน รวมทั้งการชี้แจงกับคณะกรรมาธิการต่างๆ ทั้งของวุฒิสภาและสภาผู้ทนราษฎรที่ตรวจสอบเรื่องการประมูล 3จี กทค.เสียงข้างมากได้ประกาศชัดเจนว่าจะลดค่าบริการทั้งเสียงและดาต้าลงภายใต้ไลเซนส์
“ตามหลักการแล้ว หากลดค่าบริการประเภทเสียงได้ก็สามารถลดค่าดาต้าได้เช่นกัน เพราะในทางธุรกิจใช้วิธีการคำนวณค่าบริการอื่นๆ จากค่าโทรออกรับสาย เมื่อค่าบริการที่เป็นตัวตั้งต้นลดลง ค่าบริการอื่นๆ ย่อมลดลงตามได้” นพ.ประวิทย์กล่าว
นายจิตรนรา นวรัตน์ อนุกรรมการด้านกฎหมาย กทค.ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลไลเซนส์ 3จี กล่าวว่า ขอเลื่อนส่งผลการตรวจสอบออกไปอีก 30 วัน เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ
นายไพฑูรย์ วิบูลชุติกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่และมูลค่าขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 3จี ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สภา ว่าราคาประมูลตั้งต้นของ กสทช. นั้นไม่ผิดปกติ แม้ว่าทางคณะจะประมาณการมูลค่าของใบอนุญาต 3จี ที่ใบละ 6,440 ล้านบาท ก็ตาม
นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ได้สงวนความเห็นเกี่ยวกับร่างหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์ที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (Must Have) ที่กำหนด 7 รายการที่ต้องออกอากาศฟรีทีวี รวมทั้งการแข่งขันบอลโลกรอบสุดท้ายด้วย เพราะเห็นว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการแทรกแซงกลไกการตลาดมากเกินไป และอาจทำให้ไม่มีผู้ประมูลถ้าไปจำกัดช่องทางการออกอากาศ เพราะแนวโน้มในอนาคตเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการกีฬาสำคัญจะมุ่งเชิงธุรกิจมากขึ้น และการจำกัดออกอากาศฟรีทีวีเท่านั้นจะทำให้ผู้บริโภคต้องดูโฆษณาเยอะมาก







