
รวบสาวไทยขนยาโคคาอินกว่า7.5ล้านบาท
ศุลกากรสุวรรณภูมิรวบสาวไทยลอบขนยาโคคาอินมูลค่า 7.5 ล้านบาท
ศุลกากรสุวรรณภูมิรวบสาวไทยลอบขนยาโคคาอินมูลค่า 7.5 ล้านบาท
นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยนายราฆพ ศรีศุภอรรถ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนปราบปราม 3 สำนักงานสืบสวนและปราบปราม 3 ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แถลงผลการจับกุม น.ส.นภสร ชินภัทดี อยู่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 13 ต.สองห้อง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่เดินทางมาจากเมืองเซาเปาโล ประเทศการ์ตาร์ ผู้ต้องหานำยาเสพติดประเภทที่ 2 (โคคาอิน ) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดโคคาอินจำนวน 3 ถุง น้ำหนักรวม 2,300 กรัม มูลค่ากว่า 7.5 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่ช่องไม่มีของต้องสำแดง (ช่องเขียว) ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้สืบทราบมาว่าจะมีสาวไทยที่เดินทางมาจากเมืองเซาเปาโล ประเทศการ์ตาร์ จึงได้ทำการเฝ้าระวังจนกระทั้งในช่วงเที่ยงของวันนี้ได้พบหญิงไทยที่เดินทางมาจากเมืองเซาเปาโล ด้วยสายการบินการ์ต่าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR-616 มาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพร้อมด้วยกระเป๋าสัมภาระจำนวน 3 ใบ เป็นกระเป๋าแบบลากจูง 1 ใบ กระเป๋าเป้สะพายหลังสีดำจำนวน 2 ใบ ด้วยท่าทางมาพิรุธ ผ่านเข้ามาในช่องไม่มีของต้องสำแดง (ช่องเขียว) เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจสอบโดยนำเข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์ ได้พบว่าในกระเป๋าเป้สีดำทั้ง 2 ใบ และกระเป๋าลากจูง มีวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ในแผ่นหลังของกระเป๋าสัมภาระทั้ง 3 ใบ จึงได้ทำการตรวจสอบโดยละเอียดได้พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ในถุงพลาสติกแบบรูดปิดขนาดใหญ่จำนวน 3 ใบ เป็นผงสีขาวขุ่นมีลักษณะคล้ายแป้งมัน จึงได้นำน้ำยาเคมีมาทำการตรวจสอบพบว่าผงแป้งดังกล่าวเป็นยาเสพติดชนิด โคคาอิน ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 2 น้ำหนักรววมทั้ง 3 ถุงจำนวน 2,300 กรัมมูลค่ากวว่า 7.5 ล้านบาท
จากการสอบสวนน.ส.นภสร ให้การว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่านพัทยา และได้รู้จักนักเที่ยวซึ่งเป็นชายชาวไนจีเรีย ได้ว่าจ้างให้เดินทางไปที่เมืองเซาเปาโล ประเทศการ์ตาร์ เพื่อไปรับกระเป๋าที่ประเทศดังกล่าว โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 7 หมื่นบาท และเมื่อเดินทางไปถึงประเทศการ์ตาร์ ก็จะมีชายชาวไนจีเรีย โทรศัพท์มาหาให้ไปพบที่โรงแรมแห่งหนึ่งก่อนที่จะส่งมอบกระเป๋าทั้ง 3 ใบให้ตนนำกลับมาที่ประเทศไทยโดยจะมีชายชาวไนจีเรีย มาติดต่อและมารับของเองที่สนามบิน ซึ่งตนทำมาแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยไม่ทราบว่าภายในกระเป๋าทั้งสามใบมียาเสพติดอยู่







