
สส.เพื่อไทยฉุนสรยุทธไม่แจงคดีไร่ส้ม
สส.เพื่อไทยค้านใช้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกสรยุทธแจงคดีไร่ส้ม ชี้ไม่มาเท่ากับเสียสิทธิ และยอมรับผิดแล้ว
สส.เพื่อไทยค้านใช้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกสรยุทธแจงคดีไร่ส้ม ชี้ไม่มาเท่ากับเสียสิทธิ และยอมรับผิดแล้ว
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ ที่มีนายศุภชัย ศรีหล้า สส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธาน โดยนายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ ปชป.ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ.พัฒนาการเมืองและการสื่อสารมวลชน สภาฯ กล่าวเสนอต่อที่ประชุมให้ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ.สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2554 เพื่อเรียกนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท ไร่ส้ม จำกัด มาชี้แจงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดคดียักยอกเงินโฆษณาเกินเวลาตามสัญญาจากบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) รวมกว่า 138 ล้านบาท
ทั้งนี้บรรยากาศในที่ประชุมเต็มไปด้วยความตรึงเครียด เนื่องจากกมธ.ฝั่งพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ สส.อุดรธานี นางมุกดา พงษ์สมบัติ สส.ขอนแก่น นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม และนายธนิก มาสีพิทักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ คัดค้านการใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ กับนายสรยุทธตามที่นายวัชระเสนอ โดยนายเกียรติอุดมให้เหตุผลว่าคดีของนายสรยุทธอยู่ในชั้นศาลแล้ว กมธ.ไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย
ขณะที่นางมุกดากล่าวว่า ในเมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายสรยุทธไปแล้ว เท่ากับสังคมรับรู้แล้วว่าข้อกล่าวหาของนายสรยุทธมีมูล ไม่มีเหตุผลใดที่ กมธ.จะเรียกนายสรยุทธมาชี้แจงอีก ต่อมานายวัชระ คัดค้านว่า คดีของนายสรยุทธยังไปไม่ถึงศาล เหตุที่เรียกนายสรยุทธมาชี้แจง เพราะต้องการเปิดโอกาสให้แสดงความบริสุทธิ์ ด้านนายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า อยากให้นายสรยุทธมาปรากฏตัว ส่วนจะชี้แจงหรือไม่ถือเป็นสิทธิของนายสรยุทธ
นายสุพล ฟองงาม สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นบ้างว่า เรื่องนี้ต้องตั้งหลักให้ดี ถ้าเราเสนออะไรไม่ดีจะเป็นการช่วยคนผิด เพราะคดีของนายสรยุทธก็ถือว่าไปไกลแล้ว ถ้ามองในด้านกฎหมาย การที่ ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูล แปลว่ามีพยานหลักฐานที่ชัดเจนมาก และการที่นายสรยุทธนำเงิน 138 ล้านบาท ไปคืน อสมท.ก็แสดงให้เห็นว่าความผิดสำเร็จแล้ว ถ้ามองด้านจริยธรรม สังคมได้ประณามนายสรยุทธไปไกล ตนเองก็รับไม่ได้ เพราะสื่อชอบตรวจสอบคนอื่น พอโดนเข้ากับตัวเอง จริงๆ แล้วสังคมก็ควรจะประณามก่อนที่ ป.ป.ช.จะชี้มูลเสียอีก
“ถ้าอนุ กมธ.เชิญนายสรยุทธมาชี้แจงถึง 2 ครั้งแล้วไม่มา ก็ถือว่าเสียสิทธิในการชี้แจง หากเป็นคดีในศาลก็คงพิพากษาไปแล้ว จะมาเถียงกันว่าจะใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ หรือไม่ ผมก็ลำบากใจ จึงขอเสนอทางออกว่า ให้อนุ กมธ.สรุปรายงานการศึกษาเรื่องดังกล่าวไปเลย โดยถือว่าการที่นายสรยุทธไม่มาชี้แจงเท่ากับยอมรับผิด อนุ กมธ.มีข้อมูลเท่าไรก็สรุปไปเท่านั้น” นายสุพล กล่าว
หลังนายสุพลกล่าวจบนายวัชระจึงยอมถอนข้อเสนอให้ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ กับนายสรยุทธ พร้อมระบุว่าอนุ กมธ.จะรีบกลับไปสรุปสำนวนการศึกษากรณีดังกล่าวมาอย่างเร็วที่สุด
ทั้งนี้นายวัชระ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าที่ประชุมชุดใหญ่พิจารณาแล้วได้ข้อสรุปว่าจะไม่มีการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ เชิญนายสรยุทธ มาชี้แจง เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาทางอนุ กมธ. ได้เชิญตัวแทนจากบริษัทอสมท.มาชี้แจงได้ให้ข้อมูลที่ระบุชัดเจนว่านายสรยุทธมีส่วนรู้เห็นต่อการกระทำผิดจริง และเมื่ออนุกมธ. เปิดโอกาสเรียกมาชี้แจงแล้วไม่มาชี้แจง จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกตัวมาชี้แจงอีก อย่างไรตาม ทางคณะอนุกมธ. จะสรุปรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อทำรายสรุปถึง กมธ.ชุดใหม่ เพื่อพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 14 พ.ย. นี้







