
ของจริง
ตอนนี้ท่านผู้อ่านก็น่าจะรู้แล้วว่าใครเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป จะเป็นหน้าเก่าอย่าง บารัก โอบามา หรือหน้าใหม่อย่าง มิตต์ รอมนีย์ หลังจากการนับคะแนนสิ้นสุดกันแล้ว
ตอนนี้ท่านผู้อ่านก็น่าจะรู้แล้วว่าใครเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป จะเป็นหน้าเก่าอย่าง บารัก โอบามา หรือหน้าใหม่อย่าง มิตต์ รอมนีย์ หลังจากการนับคะแนนสิ้นสุดกันแล้ว
แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐคนต่อไป ก็ต้องบอกว่าต่อไปนี้การดำเนินนโยบายใดๆ ก็ตามของสหรัฐจะเข้มข้นมากกว่าเดิมครับ โดยเฉพาะนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ
เพราะอะไร เพราะว่าจากการเลือกตั้งครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าคนสหรัฐเบื่อเต็มทนกับ 4 ปีที่ผ่านมาที่ชีวิตมีแต่แย่ลง ทั้งตกงาน ไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็แทบจะไม่มีข้าวกิน ในเมืองฝรั่งไม่เหมือนเมืองไทยครับที่มีเงิน 10 บาทก็พอหาซื้ออะไรข้างถนนพอแก้หิวไปได้ ทุกอย่างในสหรัฐแพงหมด เป็นเงินเป็นทองหมด ไม่มีร้านขายลูกชิ้นปิ้งข้างทางแบบเรา
ทั้งโอบามา และรอมนีย์ เสนอนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นหลักในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณได้ชัดๆ ว่า จากนี้ไปสหรัฐจะใช้นโยบายทางเศรษฐกิจที่ต้องหวังผลช่วยประชาชนให้หลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจให้ได้
ปัญหาการว่างงานถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็ไม่มีการใช้จ่ายเกิดขึ้น เมื่อไม่มีการใช้จ่าย เศรษฐกิจสหรัฐก็ไม่ขับเคลื่อน ต่อให้ทุ่มเงินไปกระตุ้นอย่างไรเศรษฐกิจก็ไม่เดินหน้าครับ เพราะเศรษฐกิจสหรัฐพึ่งพาการใช้จ่ายของประชาชนเป็นหลัก
ดังนั้นผู้นำคนใหม่ของสหรัฐจึงจะต้องเร่งแก้ปัญหาหนี้ให้เร็วที่สุด แต่จะทำอย่างไรให้คนมีงานทำ นั่นแหละครับปัญหาใหญ่ที่หนักอกโอบามามาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
ประการแรก สหรัฐจะดึงภาคการผลิตกลับบ้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเอกชนสหรัฐพากันย้ายฐานการผลิตไปยังจีน ไปยังเอเชียกันหมดเพราะว่าถูกกว่า แต่จะทำอย่างไรให้เอกชนสหรัฐกลับบ้าน นั่นก็คือทำให้ภาคการผลิตในจีนแพงขึ้น
การผลิตในจีนจะแพงขึ้นได้อย่างไรก็ต้องมองไปที่ค่าเงินหยวน เพราะจีนใช้นโยบายแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริงมาตลอด
สหรัฐจะยิ่งกดดันจีนมากขึ้นกว่าเดิมให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นตามความเป็นจริง
นั่นหมายความหลังจากนี้น่าจะเกิดการปะทะกันระหว่างสหรัฐและจีนในเรื่องเงินหยวน
นั่นคือสิ่งที่จีนและเอเชียต้องรอรับมือผลกระทบจากการปะทะทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นครับ
สิ่งหนึ่งที่ทั้งโอบามา และรอมนีย์ เห็นร่วมกันก็คือ การที่สหรัฐจะกลับมาเป็นผู้นำโลกที่แข็งแกร่งได้นั้นก็หมายถึงว่าสหรัฐจะต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองกลับคืนมาเหมือนเดิม
และสหรัฐก็เป็นประเทศที่ระบบเศรษฐกิจพัวพันไปทั่วโลก การค้า การลงทุน การเงินส่งอิทธิพลไปทั่วโลก ดังนั้นไม่ว่าจะโอบามาหรือรอมนีย์จะเป็นผู้นำคนสหรัฐคนต่อไป งานนี้นโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐที่ตามมาหลังจากนี้จะเป็นของจริงแน่นอนครับ







