
แจ้งจับแกนนำแดงกบฎเทียบคดีเสธ.อ้าย
ทีมกม.ปชป. แจ้งความแกนนำแดง ฐาน กบฏฯ บุกอาเซียนซัมมิทพัทยา - มท. เทียบคดี ม็อบเสธ.อ้าย จี้อย่าเลือกปฏิบัติ
ทีมกม.ปชป. แจ้งความแกนนำแดง ฐาน กบฏฯ บุกอาเซียนซัมมิทพัทยา - มท. เทียบคดี ม็อบเสธ.อ้าย จี้อย่าเลือกปฏิบัติ
นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จะเดินทางไปที่กองปราบปราม เพื่อมอบพยานหลักฐาน ให้ดำเนินคดี ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ในข้อหากบฏและข้อหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ต่อ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และ น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ทั้งนี้ จากการชุมนุม ในปี 2552 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลุ่มผู้ชุมนุมปลุกระดมให้มีการล้มการประชุมอาเซียน ซัมมิท ที่พัทยา จ.ชลบุรี มีการบุกเข้าไปปิดล้อมกระทรวงมหาดไทย เพื่อไล่ล่าทำร้ายนายกรัฐมนตรี และ บุคคลในรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งข้อเท็จจริงชัดเจนว่าการชุมนุมในช่วงระยะเวลาดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เป็นการชุมนุม ที่สงบ เปิดเผย โดยปราศจากอาวุธ มีการเผาสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยข้อเท็จจริงเหล่านี้ ปรากฏอยู่ในพยานหลักฐานที่ส่งให้กับพนักงานสอบสวนทั้งหมด และข้อเท็จจริงเหล่านี้ ก็เข้าลักษณะความผิดฐานกบฏ โดยชัดแจ้งเพราะ พฤติการณ์ที่ใช้กำประทุษร้าย หรือ ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย มีเจตนาอย่างเดียวคือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหาร
นายราเมศ กล่าวว่า จากข้อเท็จจริงค่อนข้างที่จะชัดเจน ควรต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที ให้มีมาตรฐานเดียวกันกับ กรณีของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ทั้งที่การชุมนุมที่สนามม้าฯ ที่ผ่านมา เป็นการชุมนุมที่ สงบ เปิดเผย และปราศจากอาวุธ ซึ่งไม่เข้าลักษณะความผิดฐานกบฏเลย พนักงานสอบสวนยังออกหมายเรียกภายในไม่กี่วัน ดังนั้นจากจ้าหน้าที่ตำรวจควรออกหมายเรียกแกนนำเสื้อแดงให้มารับทราบข้อกล่าวหาได้ทันที เพราะสังคมเฝ้าจับตาดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในฐานะที่เป็นต้นธารแห่งกระบวนการยุติธรรม ต้องมีมาตรฐาน เดียวกันกับประชาชนทุก โดยเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งตนเองก็จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป







