
วุฒิสภา รับหลักการกฎหมาย ‘ฟอกเงิน-ก่อการร้าย’
วุฒิสภา รับหลักการกฎหมาย ‘ฟอกเงิน-ก่อการร้าย’ คำนูณ หวั่น ยูเอ็นแทรกกิจการภายใน
วุฒิสภา รับหลักการกฎหมาย ‘ฟอกเงิน-ก่อการร้าย’ คำนูณ หวั่น ยูเอ็นแทรกกิจการภายใน
ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเสียงข้างมาก117 เสียงรับหลักการวาระแรกของ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่...) พ.ศ. พร้อมกับร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ... ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ 118 เสียง และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากำหนดแปรญัตติภายใน 7 วัน
ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ กรณีที่มีเหตุอันสงสัยว่าผู้ใดมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือสนับสนุนการเงินให้กับการก่อการร้าย ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)พิจารณาส่งรายชื่อให้อัยการพิจารณายื่นคำร้องฝ่ายเดียวให้ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด และถ้าปรากฏแต่ศาลว่า มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย หรือสนับสนุนการเงินให้กับการก่อการร้าย หรือผู้นั้นดำเนินการแทนหรือตามคำสั่งภายใต้ผู้ก่อการร้ายให้ศาลมีคำสั่งตามที่ขอ และให้ระงับการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินโดยไม่ชักช้า
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับที่ผ่านการแก้ไขในชั้นกรรมาธิวิสามัญฯ สภาผู้แทนราษฎร และได้รับความเห็นชอบโดยสภาฯ นั้น เป็นร่างกฎหมายที่ถูกแก้ไขตามข้อเสนอแนะขององค์กรภายนอก ที่เข้ามามีส่วนต่อการเขียนกฎหมายของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพของประชาชน และส่อที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)ประกาศบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้ายตามที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส่งมาให้ โดยไม่ให้ ครม.พิจารณา เท่ากับว่าเป็นมาตรการแทรกแซงกิจการภายในของไทย
“การพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขเวลาและเนื้อหา โดยมีตัวประกันคือเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งนี้มีปรมาจารย์กฎหมายระบุว่า กฎหมายฟอกเงิน ถือเป็นปฏิรูปการเมืองขั้นสูง หากผู้ใช้มีธรรมาภิบาล แต่ประเทศไทยมีข้อสสัยเรื่องนี้ และจะมีหลักประกันอย่างไรว่าเมื่อพรรคการเมืองคู่ตรงข้ามขึ้นมาบริหารประเทศบัญชีผู้ก่อการร้ายจะเป็นคนกลุ่มเดิมหรือไม่” นายคำนูณ กล่าว







