posttoday
14 ต.ค. 2499

14 ต.ค. 2499

06 พฤศจิกายน 2555

วันที่ 14 ต.ค. 2516 เป็นวันสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย แต่ที่อินเดียมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2499 คือ การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาครั้งใหญ่ โดย ดร.ภิมราว อัมเบดการ์ ได้นำคนจัณฑาลราว 4 แสนคน ละทิ้งศาสนาฮินดู ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ

วันที่ 14 ต.ค. 2516 เป็นวันสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย แต่ที่อินเดียมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2499 คือ การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาครั้งใหญ่ โดย ดร.ภิมราว อัมเบดการ์ ได้นำคนจัณฑาลราว 4 แสนคน ละทิ้งศาสนาฮินดู ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ

ดังเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ชนชาวไทยว่า พระพุทธศาสนาได้ก่อกำเนิดขึ้นในอินเดีย และสามารถเติบโตได้อย่างยิ่งใหญ่ตั้งแต่ในครั้งพุทธกาล โดยกษัตริย์แคว้น มคธ ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ และอีกหลายอาณาจักรได้ยอมรับพุทธศาสนา ต่อมาในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งสามารถขยายพระราชอาณาจักรจนใหญ่โตมโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย และถึงขั้นเผยแผ่พุทธศาสนาออกไปยังนอกราชอาณาจักรถึง 9 สาย

การที่พระพุทธศาสนาสามารถวางรากฐานและเติบโตได้อย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรบนผืนแผ่นดินของศาสนาพราหมณ์ที่มีอิทธิพลครอบงำผู้คนบนชมพูทวีปอย่างมั่นคงมายาวนานนั้น ในด้านหนึ่งเพราะสามารถท้าทายและล้มล้างความเชื่อว่ามนุษย์อยู่ภายใต้อำนาจของพระเจ้า จะต้องเอาใจพระเจ้าด้วยการเซ่นสรวง บูชายัญ หรือสวดวิงวอนร้องขอ เปลี่ยนเป็นให้มนุษย์เชื่อในอำนาจ และกรรมของตนเองในชาตินี้เหนืออำนาจกรรมในชาติก่อนๆ ในอีกด้านหนึ่งเพราะสามารถท้าทายและล้มล้างระบบวรรณะจากความเชื่อว่าทุกคนต้องดำรงวรรณะไว้ตลอดชีวิต เป็นความเชื่อว่าทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถบรรลุถึงความพ้นทุกข์ได้

พุทธปรัชญาที่เป็นวิทยาศาสตร์ เคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์ และส่งเสริมความเท่าเทียมกันมีส่วนสำคัญทำให้พุทธศาสนาสามารถดำรงอยู่บนผืนดินอินเดียอย่างยาวนาน ก่อนจะค่อยๆ เสื่อม และถึงกาลล่มสลายสูญไปจากแผ่นดินอินเดียหลังการเข่นฆ่าทำลายล้างของมุสลิมเติร์ก เมื่อปี พ.ศ. 1749

มุสลิมสามารถเข้ายึดครองและปกครองอินเดียหลายร้อยปี จนอินเดียเสียเอกราชให้แก่อังกฤษ แต่กษัตริย์มุสลิมก็ไม่สามารถเปลี่ยนชาวฮินดูส่วนใหญ่ให้เป็นมุสลิมได้ ดังตัวเลขปัจจุบัน ประชากรอินเดียเป็นฮินดูถึง 82% และเป็นมุสลิมเพียง 12% ที่เหลือเป็นคริสต์ราว 2.3% ซิกข์ 2% พุทธ 0.7% เชน 0.4% และอื่นๆ 0.6% สถิติเหล่านี้ย่อมสะท้อนถึงความเข้มแข็งอย่างยิ่งของศาสนาฮินดู แม้ระบบดังกล่าวจะปฏิบัติต่อคนวรรณะต่ำ คือ พวกศูทร และคนไร้วรรณะ คือ จัณฑาล ขัดแย้งกับความคิดเรื่องความเสมอภาคอย่างรุนแรงมากก็ตาม

สภาพดังกล่าวทำให้เกิดคนอย่าง ดร.อัมเบดการ์ ซึ่งถือกำเนิดเป็นจัณฑาลต้องลุกขึ้นมาต่อสู้จนเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2499

ดร.อัมเบดการ์ เกิดเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2434 มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันถึง 14 คน แต่เหลือรอดตายมาจนโตเพียง 6 คน สกุลเดิม คือ ซัคพอล ซึ่งเป็น “ตราบาป” สำหรับเขา เพราะผู้คนจะรู้ทันทีว่าเขาเป็นจัณฑาล ด้วยความกรุณาของครูซึ่งเป็นคนในวรรณะพราหมณ์ อนุญาตให้ใช้นามสกุลของครู คือ อัมเบดการ์ แทน เขาแต่งงานตามประเพณีฮินดูเมื่ออายุ 16 ปี กับเจ้าสาวอายุเพียง 11 ขวบ

ดร.อัมเบดการ์ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามมากมายกว่าจะเรียนจบ ทั้งปัญหาด้านความยากจนและการดูถูกเหยียดหยาม เขารอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ และถึงขั้นได้ไปเรียนต่อจนจบการศึกษาขั้นปริญญาเอกทั้งที่สหรัฐและอังกฤษ และยังหาทางไปเรียนต่อที่เยอรมนีด้วย ก็เพราะในสังคมอินเดียยังมีเศรษฐี มหาราชา ซึ่งเป็นคนวรรณะสูง แต่มีทัศนะที่เปิดกว้างและเปี่ยมด้วยความกรุณา คนเหล่านี้นอกจากไม่ถือชนชั้นวรรณะแล้ว ยังเป็นผู้พยายามทำลายระบบชนชั้นวรรณะด้วย

ดร.อัมเบดการ์ ร่วมอยู่ในขบวนการกู้เอกราชของอินเดียด้วย หลังอินเดียได้รับเอกราช และบัณฑิตเนห์รูได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก เนห์รูได้เลือกเขาเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรม และต่อมายังสนับสนุนให้เขา เป็นประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งมาตรา 17 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจน มิให้มีการรังเกียจกีดกันคนวรรณะใดๆ ดร.อัมเบดการ์ ยังได้รับการยกย่องอย่างสูงว่าเป็น “พระมนู” สมัยใหม่

แต่แม้จะมีบทบัญญัติกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเช่นนั้น ก็หาบังเกิดผลในทางปฏิบัติที่น่าพอใจไม่ การกดขี่ ดูถูก เหยียดหยาม และรังเกียจคนวรรณะศูทรและพวกจัณฑาลยังคงปรากฏอยู่ทั่วไป นที่สุด ดร.อัมเบดการ์ จึงตัดสินใจนำคนจัณฑาล 4 แสนคน ละทิ้งศาสนาฮินดูของบรรพบุรษ ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ โดยเป็นผู้นำในพิธีปฏิญาณด้วยตนเอง แม้เขาจะไม่ได้เป็นพระภิกษุก็ตาม

พิธีจัดขึ้นที่เมืองนาคปุระ โดยเลือกทำพิธีในเดือน ต.ค. เพราะเป็นช่วงปลายฝน อากาศไม่ร้อนหรือหนาวจัด เลือกวันที่ 14 ต.ค. เพราะเป็นวันเฉลิมฉลองของชาวฮินดู ที่เชื่อว่าพระรามเดินทางกลับสู่นครหลวงในวันนั้น

ชาวจัณฑาลนับแสนเดินทางสู่เมืองนาคปุระทั้งโดยรถไฟ รถโดยสาร วัวเทียมเกวียน และเท้าเปล่า บางคนแก่เฒ่าจนลูกหลานต้องพยุงไป บางคนยังเป็นเด็กเล็ก ต่างเดินมาเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณร้อยคน เดินเป็นแถวหน้ากระดาน แถวละ 78 คน ชูธงคำขวัญปลุกใจด้วยถ้อยคำต่างๆ แม้จะเป็นจัณฑาล แต่ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สะอาดและพากันเดินทางมาด้วยระเบียบวินัยอันดี

พิธีการดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย รุ่งขึ้นยังมีคนตกค้างจำนวนมาก จึงมีการทำพิธีอีกรอบหนึ่ง มีผู้ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะเพิ่มขึ้นอีกราว 1 แสนคน

หลังพิธีการนั้นไม่ถึง 2 เดือน ดร.อัมเบดการ์ ก็ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2499 รวมอายุได้ 65 ปี 8 เดือน

แม้จะถูกต่อต้านขัดขวางและมีอุปสรรคขวากหนามมากมาย เวลานี้มีชาวอินเดียได้ปฏิญาณตนเป็นชาวพุทธแล้วกว่า 7 ล้านคน

ในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2499 ถูกภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง สร้างภาพประทับไว้ว่า เป็นปี “อันธพาลครองเมือง” แต่ที่อินเดีย ปี พ.ศ. 2499 เป็นปีกึ่งพุทธกาล (อินเดียนับปีปรินิพพาน เป็น พ.ศ. 1 ของไทย นับเมื่อครบ 1 ปี ปีกึ่งพุทธกาลของไทยจึงล่ากว่า 1 ปี) และเป็นปีแห่งการฟื้นคืนชีพครั้งสำคัญของพระพุทธศาสนาในอินเดีย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท