
เรืองไกรยื่นศาลชี้ม็อบเสธ.อ้ายขัดรธน.
"เรืองไกร" เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "พล.อ.บุญเลิศ-น.ต.ประสงค์" ก่อม็อบไล่รัฐบาลขัดรธน.
"เรืองไกร" เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย "พล.อ.บุญเลิศ-น.ต.ประสงค์" ก่อม็อบไล่รัฐบาลขัดรธน.
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ในวันที่ 5 พ.ย.จะยื่นเรื่องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยกรณีบุคคลหรือพรรคการเมือง กระทำการอันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สืบเนื่องจากกรณีพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม นัดชุมนุมใหญ่ที่สนามม้านางเลิ้งเมื่อวันที่ 28 ต.ค. โดยมีการกล่าวปราศรัยและให้สัมภาษณ์ ทั้งก่อนหน้าและในวันที่ชุมนุม ซึ่งเข้าลักษณะขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน และเข้าข่ายความผิดฐานเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113
นอกจากนี้การที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่ ามาร่วมชุมนุมตามคำเชิญของพล.อ.บุญเลิศ ก็ถือว่าเข้าข่ายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ที่บัญญัติว่าในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการฯ การกระทำของน.ต.ประสงค์ จึงเข้าลักษณะเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพร่วมกับพล.อ.บุญเลิศ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 68
นายเรืองไกรกล่าวว่า การประกาศนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งโดยมีวัตถุประสงค์ คือ ต้องขับไล่รัฐบาลนี้ออกนอกประเทศ ถ้าไม่สามารถนำรัฐบาลนี้ออกจากประเทศได้ จะไม่เลิกการชุมนุม หรือต้องการให้รัฐบาลลาออกหรือยุบสภา แต่ไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ ให้ตั้งคณะทำงานโดยเป็นรูปแบบคณะปฏิวัติโดยประชาชนมาบริหาร ให้นักการเมืองยุติบทบาทก่อน ย่อมแสดงให้เห็นได้ว่าพล.อ.บุญเลิศ มีการเตรียมการเพื่อหยุดการทำงานของรัฐบาลอย่างเด็ดขาด จึงเข้าลักษณะกระทำผิดอย่างแจ้งชัด และจะเป็นการสร้างระบอบการปกครองอื่นในลักษณะสภาประชาชนขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่ระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข







