
สนับสนุน กลต.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ทำหนังสือเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กรรมการผู้จัดการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน และสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุนทุกแห่ง ขอให้ทุกองค์กรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ทำหนังสือเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กรรมการผู้จัดการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน และสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุนทุกแห่ง ขอให้ทุกองค์กรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
ทาง ก.ล.ต.ได้ขอความร่วมมือ โดยยกกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดบริษัท ไร่ส้ม และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด ตามมาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
ก.ล.ต.ระบุว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศไทยมาเป็นเวลาช้านาน การจะเอาชนะปัญหานี้ได้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนของประเทศในการต่อต้าน ไม่ยอมรับ ไม่กระทำ และไม่สนับสนุนการกระทำของบุคคลที่มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้พิจารณาอย่างรอบคอบและใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกิจกับบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย
มีคำถามตามมามากมายว่า ก.ล.ต.มีอำนาจอะไรที่จะมาดำเนินการดังกล่าว เรื่องนี้ ก.ล.ต.ไม่มีอำนาจในการไปสั่งให้ใครทำอะไร แต่นี่เป็นความพยายามยกระดับจริยธรรม ธรรมาภิบาล ของบริษัทเอกชนไทย เพื่อแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันในประเทศ ที่ขยายตัวลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วทุกระดับชั้น
กรณีของบริษัท ไร่ส้ม จะเป็นจุดเล็กๆ ที่เริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชัน โดยใช้มาตรการทางสังคมกดดัน ซึ่งจะต้องชมเชยความพยายามยกระดับความโปร่งใสของ ก.ล.ต. จะร่วมแก้ไขปัญหานี้ไปกับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เกือบ 400 บริษัท ที่ผนึกกำลังกันตั้งภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น (ภคต.) ขึ้นมาก่อนหน้านี้
ทาง ภคต.เริ่มดำเนินการตรวจสอบการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และกรณีของบริษัท ไร่ส้ม ก็ขอความร่วมมือให้ใช้มาตรการทางสังคมไม่สนับสนุนธุรกิจ แต่ดูเหมือนการขอความร่วมมือจะไร้ผล เพราะทางบริษัทเอกชนที่ซื้อโฆษณาในรายการข่าวที่บริษัท ไร่ส้ม ไม่กล้าพอที่จะตัดสินใจตามที่ ภคต.ร้องขอความร่วมมือมา
แต่เมื่อทาง ก.ล.ต.ขอความร่วมมือมา ก็ง่ายที่บริษัทเอกชนจะตัดสินใจจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนผู้ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด และทางบริษัท บีอีซี เวิลด์ (บีอีซี) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และให้เวลาบริษัท ไร่ส้ม จัดรายการข่าวอยู่ทุกวันที่เพิกเฉยต่อกรณีดังกล่าวต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองในฐานะองค์กรสื่อเช่นกัน
ปัญหาการคอร์รัปชันที่เริ่มฝังรากลึกลงในสังคมไทย ได้เป็นต้นทุนที่ประชาชนจะต้องจ่ายสูงมาก แม้กระทั่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เองยังกล่าวว่า หากการคอร์รัปชันไม่สูง อัตราภาษีของประเทศก็จะไม่มากขนาดนี้
เมื่อ ก.ล.ต.ออกหน้ามาดูแลเรื่องนี้แล้ว หากไม่ได้รับการสนับสนุนร่วมมือใดๆ เรื่องเล็กแค่นี้ยังแก้ไขไม่ได้ จะยกระดับไปแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่ใหญ่กว่านี้ คงจะเหนื่อย และประเทศไทยคงไม่สามารถหลุดจากอันดับประเทศที่มีการคอร์รัปชันในระดับสูงต่อไปได้







