
ปูยันปรับครม.ไม่ยึดตัวบุคคล
นายกรัฐมนตรี เผย เชิญชวนคนไทยร่วมชมการซ้อมใหญ่ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ระบุปรับครม. เติมเต็มตำแหน่งว่าง ยันทำงานเป็นทีมไม่ยึดตัวบุคคลงานไม่สะดุด รับดูงานมั่นคงเอง
นายกรัฐมนตรี เผย เชิญชวนคนไทยร่วมชมการซ้อมใหญ่ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ระบุปรับครม. เติมเต็มตำแหน่งว่าง ยันทำงานเป็นทีมไม่ยึดตัวบุคคลงานไม่สะดุด รับดูงานมั่นคงเอง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน เชิญชวนประชาชนร่วมชมการซ้อมใหญ่ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ในงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ซึ่งกำหนดให้มีขึ้นในศุกร์ที่ 9 พ.ย.นี้
นอกจากนี้ นายกฯถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ปรับครม. เพราะมีเหตุ 2 ส่วน เริ่มแรก นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.มหาดไทย ได้ขอลาออก อีกส่วนคือ นายธีระ วงศ์สมุทร อดีต รมว.เกษตรฯ ได้แจ้งความจำนงขอลาออกมานานแล้ว ซึ่ง ว่าง 2 ตำแหน่ง ก็คงต้องรับภาระหนัก ก็เลยถือโอกาสปรับครม. ถ้าดูตามตำแหน่งอาจมองว่าปรับใหญ่แต่ครึ่งหนึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนกระทรวงเฉยๆ เพื่อเสริมความสามารถซึ่งกันและกัน ส่วนที่มีเข้ามาก็ประมาณ 10 กว่าคน
"การทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างที่ทำไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล แต่ทำเป็นทีม และทำต่อเนื่องกันในการส่งมอบงานให้ข้อมูลกับรัฐมนตรีที่เข้ามาในครม. ก็มีความต่อเนื่อง " นายกฯ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนการแบ่งงาน แบ่งให้รองนายกฯมาก เช่น นายเฉลิม อยู่บำรุง ดูด้านข้อกฎหมาย คดีพิเศษ และมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ในฐานะรมว.กระทรวงศึกษาด้วย ก็จะดูส่วนของสังคม ควบคู่ไปกับสาธารณสุข และข้อกฎหมายในต่างประเทศ นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง ก็ดูเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนด้านความมั่นคง ตนมองว่ามีรมว.กลาโหมอยู่แล้ว ตัวเองก็จะดูตรง เพราะเป็นหน่วยงานที่สำคัญ ส่วนข้อพิพาทคดีต่างๆ ให้นายพงศ์เทพ เข้ามาช่วยเพิ่มเติม ส่วนภาคใต้มีศปก.กปต. อยู่แล้ว การทำงานของจังหวัดชายแดนใต้นั้น ส่วนกลางดูเรื่องบูรณาการ ซึ่งทางใต้มีหน่วยงานรับผิดชอบและมีแม่ทัพภาค 4 สั่งการอยู่แล้ว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังถึงการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า คณะกรรมการได้รับรองยุทธศาสตร์ หรือแผนการดำเนินงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี และรัฐสภา ซึ่งเป็นการมองถึงความมั่นคงทั้งประเทศ ทั้งความมั่นคงทางมนุษย์ว่าจะดูแลประชาชนอย่างไรให้มีความปลอดภัย ความมั่นคงทางด้านการป้องกันประเทศ รวมถึงความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ อาหารและการแก้ปัญหาสัญชาติ และเพื่อให้การถ่ายทอดนโยบายไปสู่การนำไปปฏิบัติด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับแผนงาน โดยเฉพาะแผนเร่งด่วน ทั้งปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการพิสูจน์สัญชาติ ที่ต้องเตรียมข้อกฎหมายให้รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วย







