posttoday
สกัดหนี้รายย่อย

สกัดหนี้รายย่อย

02 พฤศจิกายน 2555

ธปท.เตรียมหารือธนาคาร-นันแบงก์ชะลอโหมโฆษณากระตุ้นราชาเงินผ่อน

ธปท.เตรียมหารือธนาคาร-นันแบงก์ชะลอโหมโฆษณากระตุ้นราชาเงินผ่อน

ธปท. ห่วงกลุ่มรายได้ต่ำ 11.5 หมื่น/เดือน ก่อหนี้ท่วมหัว เล็งเรียกแบงก์-นันแบงก์คุย ชะลอปล่อยโฆษณากระตุ้นให้กู้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวคิดที่จะพูดคุยหารือกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทปล่อยสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้กระตุ้นหรือเร่งการปล่อยสินเชื่อบุคคลมากนัก โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 1-1.5 หมื่นบาท

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุลผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า การหารือดังกล่าว เนื่องจาก ธปท.ค่อนข้างเป็นห่วงหนี้ครัวเรือนของกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 1–1.5 หมื่นบาท โดยธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์แข่งกันปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล ทั้งมีหลักประกันและไม่มีหลักประกันให้คนรายได้น้อยเหล่านี้จนมีหนี้สินเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ผู้กู้กลุ่มรายได้ 1-1.5 หมื่นบาทนี้ ยังไม่มีปัญหาเรื่องความสามารถในการชำระหนี้ แต่ผู้มีรายได้ต่ำกว่านี้ ธปท.เริ่มเห็นการค้างชำระหนี้เกิน 1 เดือนเพิ่มขึ้นจึงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงสินเชื่อบุคคลเป็นพิเศษ ว่าจะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) หรือไม่ และคงไม่ออกมาตรการรุนแรงมาแก้ปัญหาแต่จะดูแลให้กลุ่มนี้มีการก่อหนี้ที่เหมาะสมกับรายได้ เพราะเศรษฐกิจไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก อาจกระทบต่อรายได้ผู้กู้และความสามารถในการชำระหนี้ได้

นายประสาร กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารและนันแบงก์ออกโฆษณาที่โหมและเร่งให้คนกู้เงินมาใช้ได้ง่ายขึ้น ทั้งสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ จึงอาจจะพูดคุยกันไม่ให้เร่งโปรโมตหรือกระตุ้นเกินไป ถือเป็นการช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคมอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ ธปท. เดือน ส.ค. 2555 พบว่ามีบัญชีสินเชื่อบุคคลทั้งสิ้น 9,419,298 บัญชี เพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. 6.7% และมียอดสินเชื่อคงค้าง 236,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. 11.5%

นายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อไม่มีหลักประกันของธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อไม่มีหลักประกันเติบโตถึง 31% คาดว่าเป็นผลจากการจับจ่ายหลังน้ำท่วม แต่จากนี้จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ และปีหน้าคาดว่าจะขยายตัว 10-15%

อย่างไรก็ตาม แม้จะเติบโตสูงแต่ยังไม่มีสัญญาณหนี้เสียที่น่ากังวล เนื่องจากฐานลูกค้ากลุ่มนี้เป็นผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง หรือรายได้เดือนละ 3-5 หมื่นบาท ส่วนลูกค้าระดับล่างที่มีรายได้ 8,000-1 หมื่นบาท มีเพียง 5% เท่านั้น

นอกจากนี้ คุณภาพหนี้ในพอร์ตยังปรับตัวดีขึ้น โดยลูกค้าบัตรเครดิตผ่อนชำระขั้นต่ำสูงขึ้น จากเดิมที่ผ่อนชำระขั้นต่ำเพียง 5-10% ของมูลค่าหนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 30-40% และลูกค้าสินเชื่อบุคคลผ่อนชำระขั้นต่ำมากกว่า 10% ของมูลค่าหนี้ และมีอัตราการปิดหนี้ภายใน 1 ปีเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจบัตรเครดิตมีหนี้เสียราว 1% และสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2%


 

 

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด