
สุรินทร์แล้งข้าวหอมพังแล้วกว่าพันไร่
สุรินทร์แล้งจัดข้าวหอมมะลิกำลังออกรวงเสียหายแล้วนับพันไร่
สุรินทร์แล้งจัดข้าวหอมมะลิกำลังออกรวงเสียหายแล้วนับพันไร่
วันนี้(1 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านแคน หมู่ที่ 1 ต.แคน อ.สนม จ.สุรินทร์ พบกับชาวนากำลังเก็บเกี่ยวข้าวที่กำลังสุกงอมแต่บางพื้นที่ข้าวเหี่ยวแห้งเฉายืนต้นตายขยายวงกว้างเสียหายแล้วนับพันไร่ ทำให้ไม่มีข้าวในไร่นาให้เก็บเกี่ยวประกอบกับยังมีหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.)จึงวอนหน่วยบงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน
นางเพื่อน ล้วนดี อยู่บ้านเลขที่ 32 บ้านศรีโสภา หมู่ที่ 13 ต.แคน อ.สนม จ.สุรินทร์ กล่าว่า ปีนี้ทำนาจำนวน 10 ไร่ หลังจากที่ได้ลงมือหว่านข้าว แต่ไม่มีน้ำเข้ามาหล่อเลี้ยงต้นข้าวเลยสักนิดเพราะฝนทิ้งช่วงมานานหลายเดือนประกอบกับไปเซ็นต์ปุ๋ยนายทุนเอาไว้และไปกู้เงิน ธกส.สาขาสนม อีกหมื่นบาท เพื่อที่จะนำมาซื้อปุ๋ยและยาฆ่าแมลงแต่พอลงทุนไปแล้ว ฝนมาทิ้งช่วงไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้เคยแจ้งไปยังทางอำเภอแล้วและมีเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอออกมาดูแต่ก็ไม่เห็นเขาบอกว่าจะช่วยเหลืออะไรเพียงแต่บอกว่าข้าวยังไม่เสียหาย
ด้านนายบัวไล นามคำ อยู่หมู่บ้านเดียวกับนางเพื่อน กล่าวว่า ได้ทำนาทั้งหมด 17 ไร่ โดยได้ทำการหว่านและปักดำบ้างในระหว่างที่ลงมือทำนาดูท่าทีฝนฟ้าก็ตกลงมาตามฤดูกาลแต่พอข้าวจะตั้งท้อง กับไม่มีน้ำมาเลี้ยงต้นข้าว ต้องวิ่งไปหาเครื่องสูบน้ำมาใส่ในนาข้าวแต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการข้าวที่ออกรวงมากับมีลักษณะที่ขาวโพลนไปทั่วทุ่งนา เป็นข้าวลีบ และบางไร่ก็ได้ต้องเลือกเกี่ยวเอาเพราะมีแต่หญ้าที่ติดมากับต้นข้าวและปีนี้ถือว่าแล้งที่สุดเป็นประวัติการเลยทีเดียว ข้าวที่เคยทำได้ปีละ100 กระสอบไม่ทราบว่าปีนี้ตนเองจะได้ถึง 10 ถุงปุ๋ยหรือไม่ประกอบกับทางอำเภอก็ไม่ได้เข้ามาดูแลในเรื่องของผู้ประสบภัยและในเรื่องของการช่วยเหลือก็ไม่เห็นทางอำเภอเขาจะออกมาช่วยเหลือเพียงแต่บอกว่านาข้าวไม่เสียหายตนเองไม่รู้จะพูดอย่างไร
นายบัวไล กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีหนี้ ธกส.กว่าแสนบาทและเงินนายทุนที่กู้มาซื้อของจับจ่ายภายในครอบครัวในระหว่างทำนาอีก ในเมื่อการทำนาปีนี้ไม่ได้ผลไม่รู้จะทำอย่างไรเพียงแต่ขอให้ทาง ธกส.พักชำระหนี้ไปก่อนและเงินที่ไปกู้เงินนอกระบบมาอีกผมไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ภายในสิ้นปีนี้ อยากให้ทางรัฐบาลเข้ามาดูแลความเดือดร้อนของชาวบ้านจริงๆเพราะชาวนาที่เดือดร้อนภายในเขตพื้นที่อำเภอสนมโดยเฉพาะตำบลแคน มีพี่น้องที่เดือดร้อนจำนวน 14 หมู่บ้านปัญหาภัยแล้งยังไม่มีใครเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือแต่อย่างใดเพราะปีนี้ไม่มีเงินใช้หนี้สินที่ลงมือทำนาลงไป







