
โรฮิงยา อีกบททดสอบของขันติธรรม
หนึ่งในหัวข้อที่นักวิเคราะห์ระหว่างประเทศสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายปีหลังนี้ ก็คือ
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
หนึ่งในหัวข้อที่นักวิเคราะห์ระหว่างประเทศสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายปีหลังนี้ ก็คือ
ถัดจากคู่ปรับระหว่างมุสลิมนักสู้กับโลกตะวันตกที่เคยล่าอาณานิคมแล้ว คู่กระทบกระทั่งใหม่ที่กำลังถูกเข็นเข้าเบียดกันมากขึ้นช้าๆ คือ พุทธกับอิสลาม !
ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยนั้น บ่อยครั้งนักวิเคราะห์ชาวตะวันตกสรุปดื้อๆ ว่าเป็นการต่อสู้ของพุทธกับมุสลิมไปเลยก็มี
สำหรับนักวิเคราะห์ที่ศึกษาลงไปจนลึกและกว้างขวางครอบคลุม พอก็จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องศาสนา แต่มีคนเอาศาสนามาอ้าง
อย่างไรก็ดี คนดูข่าวก็มักอดไม่ได้ที่จะสรุปเรื่องต่างๆ ที่ซับซ้อน ด้วยการขยำเป็นก้อนหลวมๆ แล้วอธิบายตัวเองอย่างหยาบๆ ไปก่อน และถ้าไม่แกะมันออกมาศึกษาอย่างเป็นระบบ ในที่สุดสมองก็จะจำเรื่องชายแดนใต้ว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งจากศาสนา
โรฮิงยา เป็นกลุ่มอิสลามเชื้อสายเปอร์เซียที่ตั้งถิ่นฐานในรัฐยะไข่หรืออาระกันของพม่า ซึ่งติดชายแดนบังกลาเทศมานานเกือบศตวรรษ ชาวโรฮิงยามักอาศัยบนพื้นที่สูงค่อนข้างจะห่างไกลจากวัฒนธรรมของพม่าทั่วไป
ไม่นานมานี้ชาวยะไข่ ซึ่งส่วนใหญ่ถือพุทธและมีฉายาว่าเป็นเผ่าพันธุ์นักรบในประวัติศาสตร์พม่า เดินขบวนร่วมกับพระสงฆ์เรียกร้องให้รัฐบาลพม่าขับไล่กลุ่มชาติพันธุ์โรฮิงยาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยหลายแสนคนออกจากดินแดนพม่า จนที่สุดเกิดการปะทะกันกว้างขวาง นำไปสู่การประกาศภาวะฉุกเฉิน 3 หนแล้วในปีนี้ มีการเผาบ้านเมือง ฆ่ากันเป็นร้อย
ในอดีตบังกลาเทศยอมให้โรฮิงยาอพยพหนีภัย แต่บัดนี้ไม่รับและผลักดันกลับด้วย จึงทำให้เกิดการหลั่งไหลอพยพไปตายดาบหน้าขนานใหญ่ในรูปเรือมนุษย์ รวมทั้งมุ่งหน้ามาไทยและมาเลเซียมากขึ้นเรื่อยๆ
รัฐบาลพม่าไม่ยอมให้สัญชาติแก่โรฮิงยาด้วยมองว่าเป็นคนนอกถิ่นที่ฝ่ายอำนาจไม่รู้จัก
เร็วๆ นี้ พระราชาธิบดีซาอุดีอาระเบีย ได้ให้รัฐบาลซาอุฯ ส่งความช่วยเหลือไปให้ชาวมุสลิมโรฮิงยาในพม่า เป็นมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะเดียวกัน OIC หรือองค์กรความร่วมมืออิสลามนานาชาติ ซึ่งมีสมาชิกชาติอิสลาม 57 ประเทศ ประณามการเลือกปฏิบัติต่อโรฮิงยา
มุสลิมจีนชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ ในมณฑลซินเจียงของจีน ก็เป็นอีกพื้นที่ที่ถูกมองว่ามีการถูกเลือกปฏิบัติ ในฐานะที่เป็นคนกลุ่มน้อยต่างศาสนา ระหว่างชาวอุยกูร์อิสลามกับชาวฮั่น ซึ่งโลกมองว่าเป็นวัฒนธรรมพุทธมากกว่าจะเข้าใจว่ามีทั้งวัฒนธรรมขงจื๊อและเต๋าฝังรากอยู่อย่างลึกซึ้ง
ในอดีตการปะทะรุนแรงระหว่างกลุ่มบุคคลที่บังเอิญนับถือศาสนาอิสลามกับรัฐที่เป็นพุทธเกือบไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็ปรากฏแล้วในปัจจุบันอย่างต่อเนื่องได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากโลกมุสลิม โดยเฉพาะในแถบคาบเกี่ยวระหว่างวัฒนธรรมเอเชียใต้ เอเชียกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เราคนไทยต้องศึกษาเรื่องนี้ไว้ให้ดี และต้องฝึกหลักการการอยู่ร่วมอย่างสันติและขันติให้หนักแน่น
ทั้งเพื่อจะอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในภูมิภาค...และอยู่ร่วมกันเองด้วย







