
ออกหมายเรียกเสธ.อ้ายข้อหากบฏ
‘สนธิ’โดนด้วยฐานยุยงให้ก่อปฏิวัติ ผบ.ทบ.ห้ามทหารร่วมม็อบขู่ไล่ออก
‘สนธิ’โดนด้วยฐานยุยงให้ก่อปฏิวัติ ผบ.ทบ.ห้ามทหารร่วมม็อบขู่ไล่ออก
กองปราบฯ ออกมาเรียก พล.อ.บุญเลิศ-สนธิ มารับทราบข้อกล่าวหา 7 พ.ย.นี้ ฐานยุยงให้ก่อกบฏ
พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ออกหมายเรียก นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม มารับข้อกล่าวหาในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ฐานยุยงให้ราษฎรเป็นกบฏและให้ทหารก่อการปฏิวัติ แสดงความคิดเห็นไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กรณีที่บุคคลทั้งสองออกมาพูดถึงการล้มล้างรัฐบาล ตามที่นายคารม พลพรกลาง ทนายความเสื้อแดง เข้าแจ้งความ
ทั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า นายสนธิได้พูดในรายการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่บ้านพระอาทิตย์ ส่วน พล.อ.บุญเลิศ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับลวงพรางของสถานีวิทยุ อสมท เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ซึ่งพนักงานสอบสวนพบว่าคดีดังกล่าวมีมูลจึงออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา
รอง ผบก.ป. กล่าวว่า กรณีที่หลายฝ่ายวิตกว่าอาจมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองเหมือนเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น ทางกองปราบฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยจะเสนอ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรับมือปัญหาดังกล่าว เบื้องต้นได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดไว้อย่างน้อย 1 กองร้อย พร้อมทั้งประสานตำรวจปราบจลาจลของกองบัญชาการตำรวจนครบาลมาร่วมดูแลความปลอดภัยเพิ่มด้วย นอกจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านการข่าว จับตาดูความเคลื่อนไหวของมวลชนทั้งสองกลุ่มเพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป
พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า หากได้รับหมายเรียกก็พร้อมที่จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวน แต่ก็ยืนยันจะเดินหน้าชุมนุมครั้งต่อไป โดยจะใช้เวลาภายใน 3 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน นับจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ต.ค. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหาสถานที่การจัดชุมนุม แต่คาดว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า หากทุกฝ่ายทำตามกฎหมายการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธและความรุนแรง ก็ไม่มีปัญหา ถือว่าอยู่ในกรอบประชาธิปไตย แต่หากไม่เป็นไปตามนั้น ก็ขอให้ประชาชนขอความร่วมมือในการร่วมชุมนุม เพราะจะทำให้เกิดปัญหา
ผบ.ทบ. กล่าวว่า หากมีกำลังพลไปร่วมชุมนุมตามกระบวนการประชาธิปไตยจริง แม้ว่าทหารจะมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีข้อบังคับทางวินัย ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ดังนั้นหากใครไปจะถือว่ามีความผิดทางวินัย ซึ่งโทษสูงสุดคือปลดออก หรือไล่ออก โดยได้กำชับผู้บังคับบัญชาจะต้องทราบความเคลื่อนไหวของกำลังพลทุกนาย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วินัยถือเป็นหัวใจของความเป็นทหาร โทษการผิดวินัยมี 7 ขั้นตามลำดับความรุนแรง เพราะฉะนั้นถ้าไปและไม่มีเรื่องก็คงจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าไปแล้วมีเรื่องและสอบสวนว่าไปจริงถือว่าขัดคำสั่ง ซึ่งถ้าแอบไปก็คงจะไม่โดน แต่หากลูกน้องไปแล้วผู้บังคับบัญชาไม่รู้ ผู้บังคับบัญชาก็ต้องโดน ถือเป็นการปกครองตามสายการบังคับบัญชา เมื่อ ผบ.ทบ.บอกว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองก็อย่าไป
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่อยากให้กลับไปใช้วัฒนธรรมแบบเดิมที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกา เพราะรัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีรัฐธรรมนูญกำกับวิธีการเข้าสู่อำนาจของผู้บริหารทั้งหลายว่าจะเข้ามาโดยวิธีไหน และประชาชนทั่วประเทศเทคะแนนให้พรรคเพื่อไทยสูงที่สุด ฉะนั้นก็ต้องเคารพประชาชนและกติกา ไม่ใช่พากันออกมาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล







