
มาร์คยันรัฐบาลไม่ได้ปฏิวัติเงียบซัดเพื่อไทยขวางไม่เป็นประชาธิปไตย
อภิสิทธิ์ยืนยัน รัฐบาลขึงลวดหนามรอบสภาไม่ได้ปฏิวัติเงียบ แจงเป็นการรักษาความปลอดภัย ชี้ส.ส.เพื่อไทยขวางไม่ให้เพื่อนสมาชิกเข้าประชุมไม่เป็นประชาธิปไตย
อภิสิทธิ์ยืนยัน รัฐบาลขึงลวดหนามรอบสภาไม่ได้ปฏิวัติเงียบ แจงเป็นการรักษาความปลอดภัย ชี้ส.ส.เพื่อไทยขวางไม่ให้เพื่อนสมาชิกเข้าประชุมไม่เป็นประชาธิปไตย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมรัฐสภาว่า ในวันพรุ่งนี้ (25มี.ค.) ยังคงมาเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่นี้ เกิดจากการหารือระหว่างประธานสภา และรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ ส.ส. ที่เข้าร่วมประชุม
"ผมยืนยันว่าการดำเนินการของรัฐบาลไม่ใช่การลิดรอนสิทธิ์ ส.ส.ฝ่ายค้าน หรือเป็นการปฏิวัติเงียบ เพราะทุกฝ่ายสามารถเข้ามาทำหน้าที่ได้โดยปลอดภัย ดังนั้น จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใด ส.ส.ฝ่ายค้านจึงไม่เข้าร่วม และการขัดขวางเพื่อนสมาชิกไม่ให้เข้าร่วมการประชุมถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามหากมีความชัดเจนว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีเจตนาปิดล้อมสภา มาตรการรักษาความปลอดภัยก็คงไม่จำเป็น"นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่าสิ้งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงและพรรคฝ่ายค้านเป็นเนื้อเดียวกันใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ถือว่าชัดเจนอยู่แล้ว เพราะเท่าที่ทราบเห็นว่ามีการขึ้นเวทีกัน 70-80 คนแล้ว ส่วนการขึ้นเวทีของ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี นั้นส่วนตัวคงไม่วิจารณ์ แต่เป็นห่วงสาระที่ปราศรัยมากกว่า เพราะเป็นตัวบ่งบอกว่าสิ่งที่เป็นเงื่อนไขในการเจรจาเรื่องการยุบสภาถือว่าไม่ชัดเจน เพราะตอนนี้มีการพูดว่าตนเองไม่มีอำนาจ แต่มีการพูดถึงพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กันแล้ว
“ผมถึงได้บอกว่าถ้าลำพังเป็นเรื่องการเมืองแค่การยุบสภาก็คงพูดกันง่าย ไม่น่าจะมีขัดข้อง แต่ก็มีสิ่งบ่งบอกตลอดเวลาว่ามันไม่ใช่แบบนั้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกฯกล่าวว่า การที่จะบอกว่าปัญหาจบนั้น คงยึดความต้องการฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ เพราะมีประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม รัฐบาลต้องทำคือการคำนึงถึงความเหมาะสมที่เป็นทางออกของบ้านเมืองอย่างแท้จริง แต่หากทางออกดังกล่าวเกินเลยความถูกต้องและกระทบต่อสถาบันหลัก และระบบกฎหมายของประเทศก็คงโอนอ่อนไม่ได้ ส่วนการที่ฝ่ายค้านบอกให้ตนเองไปหารือกับ พล.อ.เปรม นั้น เป็นการย้ำว่ามีสิ่งบ่งบอกว่ายังไม่จบ เพราะจะมีจากอีกจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง ตอนแรกให้เจรจากับรัฐมนตรีก็ไม่ยอม มาเปลี่ยนเป็นตนเองซึ่งเป็นนายกฯก็ไม่ยอม บอกให้ไปเจรจากับองคมนตรีแทน ถามว่าแบบนี้จะไปที่ไหนต่อ ดังนั้น ถ้าจะคุยกันต้องขีดเส้นให้ชัดว่าคุยเรื่องอะไร แล้วมาตกลงกัน
เมื่อถามว่า นายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำคนเสื้อแดง เสนอทางออกว่า อยากให้ประเทศไทยมีนายกฯ 2 คนเหมือนประเทศกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าคงต้องถามประชาชนเองว่าอยากให้ประเทศไทยใช้ระบบแบบนั้นหรือเปล่า แต่ส่วนตัวไม่คิดว่าเป็นแบบนั้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการเปิดสภาอภิปรายทั่วไปทั้งตามมาตรา 179 ของสภา และ 161 ของวุฒิสภานั้น ในเรื่องมาตรา 161 ได้คุยกับนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาแล้ว คาดว่าจะดำเนินการได้หลังการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา(ไอพียู) โดยจะรับฟังข้อเสนอเรื่องการประกาศวาระปฏิรูปประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมไทยด้วย ส่วนการเปิดตามมาตรา 179 คงยังไม่พร้อมในตอนนี้ เพราะเห็นแล้วว่าตอนนี้พรรคฝ่ายค้านคงไม่พร้อมที่จะมาร่วมประชุม
นายกฯกล่าวว่า จากการหารือกับส.ส.กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการสะท้อนความเดือดร้อนที่เกิดจากการชุมนุมของประชาชน ส่วนสถานการณ์วันที่ 27 มี.ค.นั้น ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ เพราะรูปแบบเขายังไม่ชัด อย่างไรก็ตามต้องไม่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย
“ผมทราบว่ามีประชาชนเดือดร้อน แต่การที่เราจะฝ่าฟันสถานการณ์ไปได้ต้องมีความอดทน เพราะการที่เราจะใช้ความเด็ดขาดและมีการสูญเสียขึ้น สังคมก็ไม่ยอมรับไม่ว่าจะเป็นเรื่องการล้ม ตาย บาดเจ็บ ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ดังนั่น รัฐบาลต้องอยู่บนความพอดี โดยต้องทำงานให้ได้ ส่วนเรื่องพื้นที่ต้องมีการเจรจากันไปเรื่อยๆ” นายกฯกล่าว







