
จี้สอบทุจริตยางสวมสิทธิซ้ำรอยจำนำข้าวเปลือก
ยพท.ร้องรัฐบาลลงใต้สอบทุจริตโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง หลังพบมีผู้สวมสิทธิแล้ว 3 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 70 ล้านบาท
ยพท.ร้องรัฐบาลลงใต้สอบทุจริตโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง หลังพบมีผู้สวมสิทธิแล้ว 3 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 70 ล้านบาท
นายเพิก เลิศวังศ์พง หัวหน้าพรรคยางพาราไทย (ยพท.) เปิดเผยว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อตรวจสอบโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา 1.5 หมื่นล้านบาท อย่างเร่งด่วน หลังมีการตรวจพบมีผู้สวมสิทธิยางแล้วจำนวน 3 ราย คือ ที่ จ.พัทลุง 2 ราย และที่ จ.นครศรีธรรมราช 1 ราย โดยสวมสิทธิยางที่มาจากพื้นที่ จ.สงขลา ดังนั้นทาง ผวจ.สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบ ซึ่งไม่เพียงแต่ภาคใต้เท่านั้น ยังจะต้องเร่งรีบดำเนินการสอบสวนปัญหาการสวมสิทธิยางเกิดขึ้นไปทั่วประเทศ
“การสวมสิทธิยางที่ปรากฏมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท ส่วนยางขึ้นเชื้อราที่ตรวจพบในภาคตะวันออก คิดมูลค่ารัฐได้รับความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ปัญหายางขึ้นเชื้อรานั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะโครงการนี้เริ่มมาได้ประมาณ 2 เดือน ยางในระยะเวลาระดับนี้ จะไม่สามารถขึ้นเชื้อราได้ นอกจากยางเก่าหรือยางที่ไม่ได้คุณภาพ ดังนี้ต้องตั้งข้อสังเกตว่ามีการปรับเปลี่ยนยางหรือไม่ จะเอายางเก่า ยางไม่มีคุณภาพเข้ามา แล้วเอายางใหม่ ยางคุณภาพไปหรือไม่” นายเพิก กล่าว
หัวหน้า ยพท. กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการร้องเรียนเรื่องปัญหาทุจริตยางเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ รัฐบาลจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับยางและสต๊อกยาง ตอนนี้ปัญหายางมีมากไม่ต่างกับโครงการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท/ตัน ซึ่งฝ่ายการเมืองจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่รู้ไม่เห็น ถ้านักการเมืองไม่เข้าข้างปัญหาคงไม่เกิดขึ้น ไม่ใช่เอาชาวสวนยางเป็นเหยื่อการเมือง







