
ส่งออกทางเรือฟันธงโต4.6%
ยอด9เดือนแย่ติดลบ1.13% แนะรัฐช่วย10สินค้ายอดวูบ
ยอด9เดือนแย่ติดลบ1.13% แนะรัฐช่วย10สินค้ายอดวูบ
สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือฯ ชี้ตัวเลขส่งออกทั้งปีอยู่ที่ 4.6% จี้รัฐอุ้ม 10 อุตสาหกรรมส่งออกติดลบด่วน
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.ปีนี้ ทางภาคเอกชนได้ปิดรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศไปแล้ว และคาดว่าในแต่ละเดือนจะสามารถส่งออกได้ 2.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 6 แสนล้านบาท
จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ตลอดทั้งปี 2555 การส่งออกจะขยายตัว 4.6% จากปีก่อนหน้า และเพื่อให้รักษาการส่งออกของประเทศไว้ รัฐบาลควรผลักดันอุตสาหกรรมที่ยังสามารถขยายตัวได้ 15 อุตสาหกรรมไปในตลาดที่มีศักยภาพ และหามาตรการหรือยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมที่ขยายตัวติดลบ 10 อุตสาหกรรม เพื่อรักษาระดับการขยายตัวของประเทศในภาพรวมไว้
นายไพฑูรย์ ไกรพรศักดิ์ นักวิชาการประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การจัดทำดัชนีการส่งออกเดือน ก.ย. โดยสอบถามผู้ส่งออกเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก พบมูลค่าการส่งออกไทยในเดือน ก.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมูลค่าเฉลี่ยในช่วง 9 เดือนแรกลดลง 1.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูล 9 เดือนแรก พบว่า อุตสาหกรรมที่มูลค่าการส่งออกลดลงมี 10 กลุ่ม โดยอุตสาหกรรมที่ลดลงมากที่สุด คือ ข้าว ลดลง 37.4% รองลงมา คือ ยาง ลดลง 23.3% เฟอร์นิเจอร์ ลดลง 17% และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ลดลง 16.4% ส่วนอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นมี 15 กลุ่ม ได้แก่ กระดาษ 165.2% เครื่องใช้ไฟฟ้า 118.3% จิวเวลรี 81.9% เคมีภัณฑ์ 42.2% และปิโตรเลียม 40.9% เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลทำให้คาดการณ์ได้ว่าจะยังมีคำสั่งซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ทำให้ยังคงแนวโน้มของการส่งออกปีนี้ไว้ที่ 4.6% และอาจจะสูงสุดที่ 5.9% หากมีตัวเลขคำสั่งซื้อเข้ามามากในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ ส่วนไตรมาสแรกปี 2556 การส่งออกจะดีขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะขยายตัวประมาณ 5%
สำหรับปัจจัยลบยังมีสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน กิจกรรมทางธุรกิจของสหภาพยุโรปยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง และต่ำสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่เศรษฐกิจในสหรัฐยังคงรอทิศทางจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐได้ส่งผลมายังจีนที่มีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในอัตราที่ลดลงต่อเนื่องด้วย
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธาน สรท. กล่าวว่า เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจชุดใหม่ สานต่อแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์ของไทยปี 2555-2559 ตามที่ภาคเอกชนได้เคยหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะโลจิสติกส์เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการส่งออก เพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทย







