
ญี่ปุ่นเสี่ยงเพิ่มวิกฤตโลก
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กัลฟ์นิวส์จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาบูดาบี แสดงความเห็นต่อปัญหาเศรษฐกิจและความชะงักงันในการเมืองญี่ปุ่นว่า ควรจะต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากขณะนี้โลกเผชิญกับความเสี่ยงทั้งจากวิกฤตหนี้ยูโรโซน และภาวะการปรับขึ้นภาษีและตัดลดรายจ่ายอย่างรวดเร็วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจญี่ปุ่นเพิ่มเข้ามาได้อีก
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์กัลฟ์นิวส์จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาบูดาบี แสดงความเห็นต่อปัญหาเศรษฐกิจและความชะงักงันในการเมืองญี่ปุ่นว่า ควรจะต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากขณะนี้โลกเผชิญกับความเสี่ยงทั้งจากวิกฤตหนี้ยูโรโซน และภาวะการปรับขึ้นภาษีและตัดลดรายจ่ายอย่างรวดเร็วเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจญี่ปุ่นเพิ่มเข้ามาได้อีก
ญี่ปุ่นคือประเทศที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะสูงที่สุดของโลก คิดเป็นจำนวน 976 ล้านล้านเยน หรือเทียบเป็นสัดส่วนได้ที่ 235% ของจีดีพีทั้งประเทศ และมีทีท่าว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นไปอีกในอนาคต ดังนั้นจึงเป็นแรงบีบคั้นให้รัฐบาลต้องเร่งหาเงินกู้มาบริหารประเทศเพิ่มเติมอีก 38.3 ล้านล้านเยน
แต่ทว่า สาเหตุที่ขัดขวางไม่ให้รัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าหาเงินเพื่อมาบริหารประเทศต่อไปได้ก็คือ ความชะงักงันทางการเมืองที่เกิดจากการที่ฝ่ายค้านต้องการให้รัฐบาลประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อแลกกับเสียงสนับสนุน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธที่จะยอมทำตามเนื่องจากเกรงว่าจะพ่ายแพ้การเลือกตั้ง จนทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักและกำลังจะเพิ่มความเสี่ยงต่อตลาดการเงินทั่วโลกให้มีมากขึ้น
ฉะนั้น สื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดังจากแดนอาหรับจึงเสนอว่า นักการเมืองจากทั้งสองพรรคจะต้องไม่เอาชะตากรรมและผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจโลกมาไว้เป็นตัวประกันในเกมการเมืองดังกล่าว
อีกทั้ง ญี่ปุ่นต้องใช้เวลาอีกหลายปีและเงินอีกจำนวนหลายล้านล้านเยนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซาในประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลพวงมาจากปัญหาหนี้เน่าในภาคธนาคารและราคาสินทรัพย์ที่สูงเกินจริง
กัลฟ์นิวส์สรุปปิดท้ายว่า ปัญหาในญี่ปุ่นกำลังเป็นสัญญาณเตือนและอุทาหรณ์ ให้ยุโรปและสหรัฐได้รู้ว่าจุดจบของปัญหาจะเป็นเช่นไร ถ้าหากยังไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้อย่างเด็ดขาดเสียที







