
ภาษีที่เป็นธรรม
โครงการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้ทั้งระบบของกระทรวงการคลังนั้น เป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนให้ความสนใจและรอคอย เพราะจะส่งผลกระทบกับปากท้องของมนุษย์เงินเดือนที่เป็นผู้เสียภาษีกว่า 2 ล้านคน หากเปลี่ยนให้เสียภาษีน้อยลง ก็จะเหลือเงินเพื่อใช้จ่ายมากขึ้น
โครงการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้ทั้งระบบของกระทรวงการคลังนั้น เป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาชนให้ความสนใจและรอคอย เพราะจะส่งผลกระทบกับปากท้องของมนุษย์เงินเดือนที่เป็นผู้เสียภาษีกว่า 2 ล้านคน หากเปลี่ยนให้เสียภาษีน้อยลง ก็จะเหลือเงินเพื่อใช้จ่ายมากขึ้น
ดูจากแนวทางการศึกษาของกรมสรรพากรนั้น จะมีการซอยขั้นเพดานการเสียภาษีให้ถี่ขึ้น การอนุญาตให้สามีและภรรยาแยกเสียภาษีเงินได้ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ และจะให้หักลดหย่อนค่าใช้จ่ายของคู่สมรสจาก 3 หมื่นบาท เป็น 6 หมื่นบาท และให้เพิ่มการหักลดหย่อนการเลี้ยงดูบุตรเพิ่มด้วย
การจัดโครงสร้างภาษีใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะเป็นการปรับระบบการจัดเก็บภาษีให้เป็นธรรมมากขึ้นสำหรับประชาชน และให้การหักลดหย่อนภาษีเป็นปัจจุบันมากขึ้น
การที่กรมสรรพากรให้หักค่าลดหย่อนค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคนละ 6 หมื่นบาทต่อคนต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาท เป็นตัวเลขที่ไม่เป็นจริง โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่มีค่าครองชีพที่สูงมาก
ส่วนการเลี้ยงดูบุตรนั้นค่าใช้จ่ายสูงมาก คนที่มีลูกจะเข้าใจดีว่าค่าลดหย่อนที่กรมสรรพากรให้นั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับภาระการเลี้ยงดูลูก ทั้งการกินอยู่และการให้การศึกษา
ปัจจุบันการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้ของกระทรวงการคลังยังไม่เป็นธรรมเท่าที่ควร อย่างเช่นการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 25% คนที่ได้ประโยชน์ก็คือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ แต่ธุรกิจเอสเอ็มอีได้ประโยชน์น้อยมาก ทั้งที่มีค่าใช้จ่ายสูงเท่ากัน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท
เช่นเดียวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ควรจะปรับฐานเสียใหม่ให้เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีมากขึ้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่กรมสรรพากรพิจารณาคู่ไปกับการตั้งเป้าจะเก็บภาษีเพิ่มให้ได้ปีละเท่าไหร่
บุคคลธรรมดาไม่เหมือนนิติบุคคล เพราะไม่สามารถตกแต่งบัญชี รายได้มีการแสดงชัดเจนว่าได้เงินเดือนเท่าไหร่ แถมยังมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก่อนอีกด้วย ทางเลี่ยงภาษีไม่มีเหมือนนิติบุคคลที่ยังมีช่องทางการเลี่ยงภาษีได้
เรื่องดีๆ เช่นนี้ กรมสรรพากรควรจะเร่งทำ การที่ผู้เสียภาษีมีเงินเพิ่มขึ้นก็จะนำไปใช้จ่ายหรือออมมากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งนั้น
การตัดสินใจจะเฉือนรายได้ของรัฐบาลคืนกลับมาให้ประชาชนเพื่อความเป็นธรรม เป็นเรื่องที่กรมสรรพากรจะต้องใช้ความกล้าอย่างมาก เพราะในระยะสั้นรายได้รัฐบาลอาจจะหายไป แต่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว เหมือนที่รัฐบาลมัก%CUR%อ้างในการนำเงินภาษีประชาชนไปทำประชานิยม







