
อุทธรณ์ยืนคุก 1ปีหมอวิชัยคดีปาเจโร่เถื่อน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1ปี ปรับ กว่า 6 ล้านบาท หมอวิชัย อดีตส.ส.ทรท. คดีรถปาเจโร่เถื่อน แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 1ปี ปรับ กว่า 6 ล้านบาท หมอวิชัย อดีตส.ส.ทรท. คดีรถปาเจโร่เถื่อน แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี
ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อ.3595/2549 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทย และอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 เป็นจำเลย ในความผิดฐานซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดฯ โดยหลีกเลี่ยงอากรและใช้เอกสารราชการปลอม ตามความผิด พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2496 มาตรา 27 ทวิ , พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2499 มาตรา 4 , ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33,91,268 , พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 66 (พ.ศ.2526)มาตรา 4 และพ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4,5,6,7,8,9
คดีนี้โจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ต.ค.49 ระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อเดือน ธ.ค.40 - 20 มี.ค.41 จำเลยได้ซื้อหรือรับ รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร ทะเบียนป้ายแดง ก -7999 กทม. ไว้ 1 คันราคา 904,1111.62 บาท เมื่อรวมอากรขาเข้าอีก 723,289 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 1,627,400.62 บาท ที่มีผู้ลักลอบนำรถยนต์คันดังกล่าวจากต่างประเทศเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากร และจำเลยยังได้ใช้แผ่นทะเบียนป้ายแดง ก-7999 ที่ติดไว้กับรถดังกล่าว อันเป็นเอกสารราชการที่มีผู้ทำปลอมขึ้น โดยจำเลยรู้ว่าแผ่นป้ายทะเบียนที่มีผู้ทำปลอมขึ้นที่จะก่อให้เกิดความเสียหายกับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งต่อมาวันที่ 20 มี.ค.41 เวลากลางวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ยึดรถยนต์คันดังกล่าว พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนแดงปลอม จำนวน 2 แผ่น แผ่นป้ายกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำนวน 1 แผ่นไว้เป็นของกลาง จากบ้านของจำเลยเลขที่ 329/42 ซ.วิลล่า ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ
โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2553 ว่าจำเลยมีความผิด ฐานรับของซึ่งหลีกเลี่ยงอากร ให้ปรับเป็นเงิน 6,509,602.50 บาท และให้จำคุก 1 ปี ปรับ 2,000 บาท ฐานใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 แต่จำเลยไม่ต้องโทษมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัว โทษจำคุกจึงให้รอลงการลงโทษไว้กำหนด 1 ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ แต่ไม่เกิน 1 ปี และให้จ่ายเงินร้อยละ 20 ของค่าปรับให้เจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุม พร้อมทั้งคืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์จากหลักฐานเห็นว่า เนื่องจากจำเลยเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ น่าจะทราบดีว่าการซื้อรถยนต์ยี่ห้อปาเจโร่เมื่อรวมภาษีแล้วจะมีมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท แต่จำเลยซื้อรถยนต์จากคนขายที่ไม่ทราบชื่อและที่อยู่มาในราคาเพียง1.5 ล้านบาท และนำมาใช้กว่า 3 เดือน ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นรถยนต์ที่หลีกเลี่ยงอากรและใช้ทะเบียนปลอม จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น







