posttoday
จัดทัพรับหนี้เสีย

จัดทัพรับหนี้เสีย

30 ตุลาคม 2555

ไทยเครดิตเจอพิษศก.เอ็นพีแอลพุ่งเปลี่ยนตัวผู้บริหาร/ธปท.ยันฐานะยังดี

ไทยเครดิตเจอพิษศก.เอ็นพีแอลพุ่งเปลี่ยนตัวผู้บริหาร/ธปท.ยันฐานะยังดี

ธนาคารไทยเครดิตเจอพิษเศรษฐกิจ ทำหนี้เสียเพิ่มกว่า 117% ดอดเปลี่ยนตัวกรรมการผู้จัดการ

แหล่งข่าวจากวงการธนาคาร เปิดเผยว่า ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ได้รายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอเปลี่ยนตัวกรรมการผู้จัดการเป็นนายรอย ออกุสตินัส กุนารา จากที่เป็นนายมงคล ลีลาธรรม ที่ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่

แหล่งข่าวจากวงการธนาคาร เปิดเผยว่า การเปลี่ยนตัวผู้บริหารเนื่องจากมีปัญหาภายใน ธนาคารไทยเครดิตมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเอ็นพีแอลสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2555 มียอดคงค้าง 858 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.35% ของสินเชื่อรวม เมื่อเทียบจากเดือน ธ.ค. 2554 เอ็นพีแอลของธนาคารมีเพียง 2% หรือ 369 ล้านบาท ส่งผลให้ 9 เดือนที่ผ่านมา เอ็นพีแอลเพิ่มถึง 117.5% หรือคิดเป็นเอ็นพีแอลใหม่ 489ล้านบาท

“เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นทุกเดือนโดยสิ้นสุดเดือน มี.ค. เอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.52% หรือคิดเป็น 486 ล้านบาท ก่อนปรับขึ้นในเดือน มิ.ย.อยู่ที่ 3.67% หรือ 729 ล้านบาท” แหล่งข่าวเปิดเผย

ด้านสินเชื่อ 9 เดือนเมื่อเทียบจากปลายปีก่อน กลับปรับตัวลดลง 286 ล้านบาท สินเชื่อปลายปีก่อนอยู่ที่ 18,163 ล้านบาท ก่อนลดลงเหลือ 17,877 ล้านบาท ในเดือน ก.ย. สวนทางกับเงินฝากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 14,598 ล้านบาทในปลายปีก่อน เป็น 20,069 ล้านบาท ในเดือน ก.ย. 2555

สำหรับธุรกิจของธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จะเน้นสินเชื่อรายย่อย กลุ่มคนค้าขายที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และสินเชื่อทองแลกเงิน

นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงินธปท. กล่าวว่า ธปท.รับทราบการเปลี่ยนตัวกรรมการผู้จัดการของธนาคารไทยเครดิตแล้ว และเชื่อว่าน่าจะมาจากการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น

นางสาลินี กล่าวว่า จากการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ ธปท.ผู้ตรวจสอบฐานะของธนาคาร ยืนยันว่าฐานะของธนาคารไม่ได้มีปัญหาแม้จะมีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ในระดับที่อันตราย

“ธปท.ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติหรือเสียหายอะไร เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ของธนาคารก็ยังเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 8.5% การสำรองหนี้ก็เต็ม ส่วนทุนก็ยังเพียงพอ”นางสาลินี กล่าว

ด้านธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ของกลุ่มไชยวรรณ ได้ระบุรายการย่อยแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน(ธ.พ.1.1) ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ก่อนหักสำรองเผื่อหนี้สงสัญจะสูญ โดยเอ็นพีแอลสิ้นสุดเดือนก.ย. 2555 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.35% ของสินเชื่อรวม หรือคิดเป็นจำนวนมูลหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอล 858 ล้านบาท เมื่อเทียบจากเดือนธ.ค.2554 เอ็นพีแอลของธนาคารมีเพียง 2% หรือ 369 ล้านบาท ส่งผลให้ 9 เดือนที่ผ่านมา เอ็นพีแอลของธนาคารปรับเพิ่มถึง 117.5% หรือคิดเป็นเอ็นพีแอลใหม่เพิ่มขึ้น 489 ล้านบาท

ขณะเดียวกันในธ.พ.1.1 ยังระบุ เอ็นพีแอลในแต่ละไตรมาสที่ผ่านมาของธนาคารได้ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นสุดเดือนมี.ค. เอ็นพีแอลเพิ่มอยู่ที่ 2.52% หรือคิดเป็น 486 ล้านบาท ก่อนปรับขึ้นในเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 3.67% หรือ 729 ล้านบาท

ด้านสินเชื่อ 9 เดือนเมื่อเทียบจากปลายปีก่อน กลับปรับตัวลดลง 286 ล้านบาท สินเชื่อปลายปีก่อนอยู่ที่ 18,163 ล้านบาท ก่อนลดลงเหลือ 17,877 ล้านบาท ในเดือนก.ย. สวนทางกับเงินฝากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 14,598 ล้านบาท ในปลายปีก่อน เป็น 20,069 ล้านบาท ในเดือนก.ย.

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า รายชื่อผู้มีอำนาจลงนามในธ.พ.1.1 ตั้งแต่เดือนก.ค. เป็นต้นมา ไม่มีชื่อนายมงคล ลีลาธรรม เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่อีกต่อไป แต่ให้น.ส.กฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการบริหาร ลงนามแทน จากนั้นในเดือนส.ค. และก.ย. ชื่อผู้มีอำนาจกลับเป็นนายรอย ออกุสตินัล กุนารา โดยใช้ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ สอดคล้องกับรายชื่อผู้บริหารที่แสดงในเว็บไซต์ธนาคารก็ไม่มีชื่อนายมงคล แต่เปลี่ยนเป็นนายรอย ซึ่งก่อนหน้านี้นายรอย เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีความเชี่ยวชาญกลุ่มลูกค้ารายย่อย

อย่างไรก็ดีผู้สื่อข่าวได้ติดต่อนายมงคลทางโทรศัพท์ แต่ไม่มีผู้รับสาย โดยปัจจุบันนายมงคล ยังคงมีตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

สำหรับธุรกิจของธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จะเน้นสินเชื่อรายย่อย กลุ่มคนค้าขายที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และสินเชื่อทองแลกเงิน

แหล่งข่าวจากธนาคารไทยเครดิต ยืนยันว่า ธนาคารไม่ได้มีปัญหาเรื่องหนี้เสียหรือปัญหาอื่นใดที่มีนัยสำคัญ การที่เจ้าหน้าที่ ธปท.เข้ามาตรวจสอบธนาคารนั้น เป็นการตรวจสอบประจำปีที่จะมาดูผลประกอบการ สภาพคล่อง เงินฝาก เงินทุนสำรอง รวมถึงหนี้เสีย และเรื่องอื่นๆ ที่แสดงถึงความมั่นคงของธนาคาร หากมีเรื่องที่เกี่ยวพันไปถึงเรื่องอื่นๆ ก็ตรวจสอบด้วย

“ฝ่ายธุรการจองห้องเฉพาะไว้ให้เจ้าหน้าที่จาก ธปท. และจัดที่จอดรถไว้ให้ด้วย ซึ่งจะมาตรวจช่วงนี้ทุกปี และแต่ละครั้งจะอยู่เป็นเดือน 4-5 คน โดยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แหล่งข่าว กล่าวว่า สัดส่วนหนี้เสียของธนาคาร ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจัดอยู่ในระดับต่ำสุดของอุตสาห กรรม แต่มีการดีดขึ้นเล็กน้อยหลังจากเกิดวิกฤตน้ำท่วม แต่ยังอยู่ภายใต้กรอบที่ ธปท.กำหนดไว้ ” แหล่งข่าวเปิดเผย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท