
ชาวตรังหนุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำคลองลำขนุน
ทำประชาพิจารณ์โรงไฟฟ้าพลังน้ำคลองลำขนุนผ่านฉลุยชาวตรังยกมือสนับสนุน
ทำประชาพิจารณ์โรงไฟฟ้าพลังน้ำคลองลำขนุนผ่านฉลุยชาวตรังยกมือสนับสนุน
นายประสิทธิ์ สมบัติทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำประชาพิจารณ์การมีส่วนร่วมของประชาชน กรณีที่จะมีโครงการก่อสร้างไฟฟ้าพลังงานน้ำชุมชนคลองลำขนุนขึ้นต.นาชุมเห็ด มีพื้นที่ทั้งหมด 5,240 เมตร หรือ 32,750 ไร่ มี 9 หมู่บ้าน มีประชากร 1,981 ครัวเรือน หรือ 8,222 คน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยที่กับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำคลองลำขนุนเนื่องจากมีผลประโยชน์ต่อชุมชน
ทั้งนี้ จากการศึกษาศักยภาพพลังงานทดแทนพบว่า ต.นาชุมเห็ด มีศักยภาพเรื่องพลังงานน้ำ เหมือนกับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ ที่คลองลำปลอก อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จนประสบผลสำเร็จมาแล้ว จึงได้จัดให้ประชนในพื้นที่เรียนรู้ถึงกระบวนการผลิต และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสร้างโรงไฟฟ้า พร้อมทั้งนำไปศึกษาดูงานที่โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ การจัดสรรผลกำไร และการเชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวโดยชุมชน
สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำคลองลำขนุนนั้น มีเป้าหมายเพื่อที่จะทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ที่มีกำลังการผลิต 7,250 กิโลวัตน์/ปี เกิดองค์กรชุมชนขึ้นมา 1 องค์กร เพื่อร่วมกันในการบริหารการจัดการไฟฟ้าพลังงานน้ำ และมีการจัดสรรผลกำไรเพื่อการพัฒนาชุมชน ตลอดจนทำการพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการศึกษาเรียนรู้เรื่องพลังงานสะอาด
ทั้งนี้จะดำเนินการขึ้นใน 5 พื้นที่ คือ คลองห้วยว่าว หมู่ที่ 2 คลองใหญ่ หมู่ที่ 4 คลองลำพิกุล หมู่ที่ 4 คลองลำขนุน หมู่ที่ 8 และคลองลำปินะ หมู่ที่ 8 ด้วยงบประมาณในด้านต่างๆ เช่น ฝายพร้อมอาคารรับน้ำ และทางระบายตะกอน เป็นเงิน 1,250,000 บาท ระบบส่งน้ำ เป็นเงิน 6,000,000 บาท โรงไฟฟ้า เป็นเงิน 500,000 บาท เครื่องกังหันน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ เป็นเงิน 7,500,000 บาท สายส่งไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ เป็นเงิน 7,550,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 35,500,000 บาท
อย่างไรก็ตาม การจัดทำประชาพิจารณ์การมีส่วนร่วมของประชาชน กรณีที่จะมีโครงการก่อสร้างไฟฟ้าพลังน้ำในพื้นที่ตำบลนาชุมเห็ดดังกล่าว มีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งช่วยกันระดมความคิดเห็น และพูดคุยกันถึงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต พร้อมกับวิธีการแก้ไข ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า เพราะเป็นโครงการที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนชุมชนก็มีรายได้เข้ามา และยังช่วยกระตุ้นให้ชุมชนช่วยกันปกปักรักษาป่าต้นน้ำให้อยู่คู่กับชุมชนต่อไปด้วย







