
ด่านกักสัตว์นครพนมโอดสุดแออัด
ด่านกักสัตว์นครพนมวอนรัฐเร่งแก้ปัญหาแออัด หลังยึดสุนัขถูกลอบขนข้ามแดนได้ต่อเนื่องรวม 1,500ตัว
ด่านกักสัตว์นครพนมวอนรัฐเร่งแก้ปัญหาแออัด หลังยึดสุนัขถูกลอบขนข้ามแดนได้ต่อเนื่องรวม 1,500ตัว
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ความคืบหน้ากรณีมีการตรวจยึดสุนัขของกลางเพิ่ม จำนวน 214 ตัว ซึ่งจะส่งออกไปขายทางประเทศเวียดนาม เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำสุนัขของกลางทั้งหมด มาดุแลรักษาไว้ที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม ส่งผลให้มีปัญหาความแออัดเพิ่มมากขึ้น เดิมมีสุนัขจำนวนทั้งหมดประมาณ 1,300 ตัว เพิ่มเป็น จำนวน 1,500 ตัว เกินความสามารถในการดูแล อยู่ที่ประมาณ 800 ตัว ทำให้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดูแล ตกวันละประมาณ 20,000 - 30,000 บาท กระทบการดูแลเลี้ยงดูสุนัขของกลางในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อป่วยตาย เนื่องจากเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว ทำให้สุนัขมีความอ่อนแอ ป่วยติดเชื้อได้ง่าย
นายไพรัช ประทุมสุวรรณ ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม กล่าวว่า การดูแลเลี้ยงดูสุนัขของกลางภายในด่านกักกันสัตว์นครพนม ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไขได้ยาก เพราะเชื่อว่าขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติ ยังมีการดำเนินการ โดยที่ผ่านมายังสามารถจับกุมได้ต่อเนื่อง ในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งจะต้องส่งมาดูแลรักษาที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม ที่สำคัญในช่วงหน้าหนาวมีความเป็นห่วงมาก เพราะเป็นฤดูกาลกินสุนัขของชาวเวียดนาม ที่อาจจะมีการลักลอบขนส่งข้ามไปขายต่อเนื่อง หากมีการจับกุมตรวจยึดปริมาณมากขึ้น จะไม่สามารถดูแลได้อย่างแน่นอน เพราะค่าใช้จ่ายสูง
"ปัญหานี้ต้องให้ระดับรัฐบาลแก้ไขหาทางออก ในการออกกฎหมาย ที่จะสามารถหยุดการค้าสุนัขได้ เพราะระดับหน่วยงานไม่มีศักยภาพที่จะแก้ไขได้ ทำได้เพียงการปราบปรามจับกุมแต่สุดท้ายต้องเป็นภาระเลี้ยงดู ไม่ใช่ทางออกที่จะแก้ไขได้ถาวร ซึ่งในการดูแลเบื้องต้นจะเร่งดูแลรักษาสุขภาพสุนัขให้แข็งแรง ก่อนส่งต่อไปดุแลที่ด่านกักสัตว์ที่สามารถรองรับได้ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายปัจจุบันเหลือเงินบริจาคที่ประมาณ 7 ล้าน ในระยะยาวจะต้องมีปัญหาในการเลี้ยงดูแน่นอน"นายไพรัชกล่าว







