
ม็อบสนามม้าคึกเดินหน้าไล่ต่อ ขอประชิดธรรมเนียบ
จุดไฟไล่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายใต้การถือคบเพลิงของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม เวทีกลางสนามม้านางเลิ้ง วานนี้ มีอดีตนายทหาร นักวิชาการ กองทัพธรรม แกนนำทยอยขึ้นเวทีคับคั่ง อาทิ ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ต่อตระกูล ยมนาค นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน เสรี วงษ์มณฑา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ท่ามกลางมวลชนแน่นอัฒจันทร์ 9,000 คน จากการประเมินตัวเลขของนครบาลภาค 1 โดยไร้เหตุรุนแรงเกิดขึ้น
จุดไฟไล่รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายใต้การถือคบเพลิงของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม เวทีกลางสนามม้านางเลิ้ง วานนี้ มีอดีตนายทหาร นักวิชาการ กองทัพธรรม แกนนำทยอยขึ้นเวทีคับคั่ง อาทิ ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ต่อตระกูล ยมนาค นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน เสรี วงษ์มณฑา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ท่ามกลางมวลชนแน่นอัฒจันทร์ 9,000 คน จากการประเมินตัวเลขของนครบาลภาค 1 โดยไร้เหตุรุนแรงเกิดขึ้น
ตลอดการปราศรัยของทุกแกนนำที่ยืนยันว่างานนี้ไม่มีสีเสื้อ แต่ทำเพื่อประเทศชาติ ยังคงไม่หลุดธีมโจมตีรัฐบาล 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลเป็นหุ่นเชิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 2.ปล่อยให้มีการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ และ 3.ทุจริตคอร์รัปชันครั้งมโหฬาร โดยปมการทุจริตนั้นเลือกโฟกัสไปที่ “นโยบายรับจำนำข้าว” เป็นหลัก ก่อนจะลากโยงกับวาทกรรมเดิม “ทุนสามานย์นักการเมืองชั่ว” โจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ และตั้งเป้าล้มรัฐบาลเพื่อไทย
ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปราศรัยว่า ไม่เคยผิดหวังครั้งไหนในชีวิตเท่ากับการเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับพรรคไทยรักไทย เหมือนเป็นการ “ปล่อยยักษ์ออกจากตะเกียง” ทำให้เกิดนักการเมืองที่ใช้ “ทุนสามานย์” ครอบงำประเทศ
“ปัจจุบันทุนสามานย์มันล้าหลังแล้ว ตอนนี้ต้องใช้คำว่า ประชานิยมสามานย์ โดยเฉพาะนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล เป็นการหลอกล่อให้เกษตรกรส่วนใหญ่คิดว่าได้ราคารับจำนำข้าวขาวที่ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน แต่ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองยืนยันว่าราคาข้าวขาวที่ตกถึงมือเกษตรกรเพียง 9,000-9,600 บาทต่อตันเท่านั้น
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ขึ้นปราศรัยว่า ขณะนี้บ้านเมืองกำลังเผชิญวิกฤต 5 ประการ คือ 1.วิกฤตเศรษฐกิจที่ความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลง เพราะข้าวของแพงขึ้น 2.วิกฤตทางสังคมและระบบราชการ ในฐานะที่อยู่ในวงการการเมืองมาหลายสมัย ไม่เคยเห็นประชาชนแตกแยกแบ่งฝ่ายเท่ายุคนี้มาก่อน
3.วิกฤตความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่องชายแดนไทยกัมพูชา และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา นักการเมืองเลวได้สมคบคิดนักการเมืองกัมพูชาและบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศอเมริกาที่จะมากอบโกยทรัพยากรในอ่าวไทย ถ้ารัฐบาลยังอยู่ต่อไป อาจสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร และพื้นที่บริเวณอ่าวไทยด้วย
4.การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีทั้งระบบนิติรัฐและนิติธรรม ไม่ใส่ใจที่จะดำเนินการจับกุมนักโทษหนีคดี เช่น ตำรวจ อัยการ และกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต่างอ้างว่าไม่รู้ที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กลับมีนักการเมืองไปพบ และ 5.วิกฤตภาวะผู้นำประเทศที่ขณะนี้ผู้นำประเทศไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ไม่สามารถที่จะตอบคำถามได้ อ้างแต่ว่า “หนูไม่รู้” เพียงอย่างเดียว
พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม กล่าวว่า พอใจที่ประชาชนมาในวันนี้เกินกว่าที่คาดคิดไว้ มากกว่าจำนวน 1 หมื่นคนที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก ดังนั้นจะขอให้ประชาชนแต่ละคนชักชวนคนมาเพิ่มในอัตราส่วน 1 ต่อ 100 คน เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด ทั้งนี้ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมเครือข่ายเพื่อขอฉันทามติอีกครั้งว่าจะมีแนวทางเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอย่างไร
ขณะที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี กล่าวว่า ท่าทีต่อจากนี้จะได้ข้อสรุปภายในปลายสัปดาห์หน้าหลังจากมีการประชุมกับทางเครือข่ายที่เข้าร่วมแล้ว ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะหารือแนวทางการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ พร้อมกำหนดวัน เวลาที่แน่ชัด แผนนี้เรียกว่าแผนบันได 2 ขั้น เมื่อได้ฉันทามติแล้วจะชุมนุมทันที คาดว่าจะใช้สถานที่ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลว่าหากเป็นสถานที่เปิดจะเสี่ยงต่อการปะทะหรือไม่ เพราะมั่นใจว่าควบคุมได้
นพ.ตุลย์ ยังกล่าวอีกว่า ขอเสนอทางเลือกให้รัฐบาล 2 ทาง คือ 1.ยุติแนวทางหรือนโยบายที่เป็นผลร้ายต่อประเทศ เช่น โครงการรับจำนำข้าว 2.ให้รัฐบาลลาออกทั้งคณะ เนื่องจากบริหารงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ องค์การพิทักษ์สยามและเครือข่ายทำงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมตั้งคณะทำงานไว้ 2 ชุด คือ 1.คณะตรวจสอบการละเมิดสถาบัน และ 2.การทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเพิ่มข้อมูลว่ารัฐบาลชุดนี้ทำงานไร้ประสิทธิภาพอย่างไร







