
รายงานพิเศษ:เปิดอินไซด์ครม.พรรคร่วมจับมือปกป้องสถาบัน
วันนี้ทุกคนต้องรู้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง ไม่ได้สู้เพื่อรัฐบาล แต่ต้องสู้เพื่อสถาบันหลักของประเทศ วันนี้เราเห็นชัดเจนว่าข้อเรียกร้องไปไกลยิ่งกว่าความเป็นรัฐบาลแล้ว มีการออกมาโจมตีสถาบันหลักของประเทศโดยที่ไม่มีโอกาสชี้แจง
วันนี้ทุกคนต้องรู้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง ไม่ได้สู้เพื่อรัฐบาล แต่ต้องสู้เพื่อสถาบันหลักของประเทศ วันนี้เราเห็นชัดเจนว่าข้อเรียกร้องไปไกลยิ่งกว่าความเป็นรัฐบาลแล้ว มีการออกมาโจมตีสถาบันหลักของประเทศโดยที่ไม่มีโอกาสชี้แจง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
หมายเหตุ : การประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.) วานนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นถึงการแก้ปัญหากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ( นปช.) มีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้
ภายหลังการพิจารณาวาระต่างๆ เสร็จสิ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ออกจากห้องประชุม โดยขอหารือเฉพาะครม. ซึ่งใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง นายอภิสิทธิ์ กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการทุกฝ่าย ที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มนปช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และขอขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขที่จัดเตรียมการประชุมครม.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ”ขอให้รัฐมนตรีทุกคนและพรรคร่วมรัฐบาลร่วมกันวันนี้ทุกคนต้องรู้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง ไม่ได้สู้เพื่อรัฐบาล แต่ต้องสู้เพื่อสถาบันหลักของประเทศ วันนี้เราเห็นชัดเจนว่าข้อเรียกร้องไปไกลยิ่งกว่าความเป็นรัฐบาลแล้ว มีการออกมาโจมตีสถาบันหลักของประเทศโดยที่ไม่มีโอกาสชี้แจงเราเป็นรัฐบาล ต้องทำหน้าที่ในการชี้แจงแทน โดยเฉพาะการเขียนผ่านเว็บไซด์ต่างๆของให้กระทรวงไอซีทีช่วยดูแลเรื่องนี้ ด้วย
ทั้งนี้ ในการหารือนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้กล่าวพร้อมกับนำคำถามของผู้สนับสนุนนายกฯ มาสอบถามว่าประชาชนที่เขามาให้กำลังใจสนับสนุนนายกฯ เขาถามมาว่าท่านนายกจะถอดใจไหม โดยนายกฯ กล่าวตอบว่า"ผมไม่ถอดใจอย่าแน่นอน ซึ่งหลายคนเป็นห่วงผมในเรื่องนี้ ผมให้ความมั่นใจว่าเราต้องบริหารประเทศให้ได้ บริหารให้ความพอดี"
นายกรัฐมนตรี บอกว่าแต่สถานการณ์ตอนนี้ต้องยอมรับว่ายากลำบากเช่นกันที่เพราะไม่ว่าอะไรจะ เกิดขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ บางคนเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ความเด็ดขาด แต่เราก็ใช้ความเด็ดขาดไม่ได้เพราะถ้ามีความเสียหายเกิด ขึ้นก็ต้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ รัฐบาลจึงบริหารด้วยความพอดี
จากนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้รายงานสถานการณ์การชุมนุมของศอ.รส.มาราย งานให้ครม.ได้รับทราบ และขอความร่วมมือจากครม.ทุกคนช่วยพร้อมใจกันทำอะไรบ้าง เพราะฝ่ายของผู้ชุมนุมเขาฟูลทีมโดยมีบ้านเลขที่ 111 เข้ามาร่วมแล้ว จึงขอให้ครม.ร่วมใจกันโดยคือ 1.ช่วยดูแลกระทรวงของตัวเอง 2.ให้ช่วยชี้แจง สร้างความเข้าใจกับข้าราชการของตัวเองว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร 3.ขอความร่วมมือส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคช่วยลงพื้นที่ของตัวเองทำ ความเข้าใจกับประชาชน เพราะตอนนี้ประชาชนมีการชมทีวีของเสื้อแดงและมีความเข้าใจผิด และ4.วันประชุมสภาขอให้มา ให้ได้
"สถานการณ์ขณะนี้เป็นภารกิจร่วมกันของทุกพรรคที่จะต้องทำงานเพื่อบ้านเมือง เพราะขณะนี้เขาเข้ามาทุกด้าน ทั้งในและนอกสภา" นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ รายงานว่า ในช่วงเย็นวันนี้ ศอ.รส. จะมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ดูแลความสงบเรียบร้อยบริเวณอาคารรัฐสภา เพื่อให้การประชุมสภาผู้แทนราษฎรดำเนินไปด้วยความปกติ โดยจะมีการตั้งด่าน 7 ด่านปิดทางเข้า-ออก เข้าออกได้จุดเดียวคือ บริเวณถนนสุโขทัย
"ผมขอให้ ส.ส.ทุกพรรคได้เข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพียง ถ้าหากสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม สภาล่มก็เข้าทางอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเงื่อนไขให้มีการยุบสภา" นายสุเทพ กล่าวเสียงหนักแน่น
ทั้งนี้ มีรัฐมนตรีที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยได้สอบถามถึงการรักษา ความปลอดภัยรัฐสภา ซึ่งนายกฯ ยืนยันว่าจะมีการดูแลรักษา รัฐสภาอย่างดีที่สุด ส่วนในประเด็นของการเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุมนั้น นายอภิสิทธิ์ได้บอกกับที่ประชุมว่า เรื่องของการเจรจาตนเองไม่เคยขัดข้องที่จะให้มีการเปิดเจรจา ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมเจรจา เพื่อให้บ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ช่วงนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างละเอียด แม้จะเจรจาแต่เราก็ต้องยึดหลักของกฎหมาย แต่ตอนนี้ตนยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้นำกันแน่
ขณะที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการเจรจา แต่นายกรัฐมนตรีไม่ควร เจรจาด้วยตัวเองโดยตรง ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่าที่ผ่านมาไม่เคยปิดกั้นการเจรจาแต่ฝ่ายนปช.ไม่มีความ ชัดเจนและที่ผ่านมามักประกาศอยู่เสมอว่าแดงนปช.ไม่ได้ทำเป็นแดงปลอมทำเช่น บอกว่าไม่ไปปิดล้อมกระทรวงสาธารณสุขถ้ามีคนไปก็เป็นแดงปลอม เพื่อโยนความรับผิดชอบให้กับรัฐบาล ถ้าเป็นเช่นนี้รัฐบาลก็ไปเจรจาตกลงอะไรด้วยลำบาก
ถึงตอนนี้ นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ที่เป็นห่วงตอนนี้ คือความพยายามของกลุ่มเรียกร้องทำให้เกิดความคิดของคนอีกกลุ่ม อยากให้ทุกอย่างจบๆ ไป และยุบสภาไป ตรงนี้เป็นเรื่องอันตรายมาก เบื้องต้นพี่น้องประชาชนอาจรำคาญ พอรำคาญบ่อย ต่อไปก็จะหันมารำคาญรัฐบาล ว่ารัฐบาลไม่ดีไม่มีประสิทธิภาพในการรักษากฎหมาย ซึ่งต้องคำนึงด้วยว่า ถ้าการชุมนุมดำเนินไปอย่างถูกกฎหมายก็ไม่เป็นไร แต่เกินเลยขอบเขตรัฐธรรมนูญไม่ดี
หลังจากนั้นนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า รัฐมนตรีต้องช่วยกันชี้แจงเพราะว่าปล่อย ให้ นปช.พูดฝ่ายเดียวผ่านสื่อของนปช.ไม่ได้ประชาชนจะเชื่อเพราะกระแสในต่าง จังหวัดนั้นแรงมาก เรา ต้องใช้สื่อของรัฐในการชี้แจงข้อเท็จรัฐมนตรีทุกคนก็ต้องช่วยชี้แจงไม่ควร ให้นายกรัฐมนตรีคนเดียวที่ชี้แจงอยู่เพราะจากนี้ไป ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายนอกสภา ว่ารัฐมนตรีทุจริตถ้าไม่ชี้แจงคนก็จะเชื่อซึ่งจะเป็นปัญหากับรัฐบาลได้
เมื่อถึงตรงนี้ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง จากพรรครวมชาติพัฒนาได้เสนอ ต่อที่ประชุมว่าพรรคร่วมรัฐบาลต้องตั้งวอร์รูมด้านยุทธศาตร์และนโยบายทางการ เมืองของพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองมีตัวแทนรัฐมนตรีจากทุกพรรคมาทำ งานร่วมกันเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายฝ่ายของฝ่ายการเมืองในการเคลื่อน ไหวในประเด็นต่างๆ เพราะที่ผ่านมามีแต่วอร์รูมของฝ่ายความมั่นคงซึ่งเป็นฝ่าย ปฏิบัติเท่านั้นซึ่งทำได้ดีอยู่แล้ว วันนี้พรรคร่วมรัฐบาลต้องทำงานร่วมกันในการต่อสู้ทางการเมืองครั้งนี้ โดยเฉพาะการบริหารสื่อของรัฐยังไม่มีการบริหารที่มีประสิทธิภาพเลย ซึ่งรัฐบาลควรทำให้มีความชัดเจนมากกว่านี้
ซึ่งข้อเสนอคณะ รัฐมนตรีเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายประดิษฐ์ ซึ่งนายสุเทพ รับไปประสานงานและให้แต่ละพรรคเสนอตัว แทนเข้ามาและนัดประชุมในวันพรุ่งนี้ที่รัฐสภา
ขณะที่นายสุเทพ แสดงความเห็นว่า มีความเป็นห่วงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่อาจจะถูกนำมาเคลื่อนไหว หากมีหน่วยงานไหนช่วยเจรจาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้ ขอให้ดำเนินการ เพราะไม่ต้องการให้มีแนวร่วมมากขึ้น
ส่วนนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ถ้าประชาชนยังได้รับข้อมูล ที่สับสนอยู่อย่างนี้รัฐบาลก็คงนับถอยหลัง ตนก็เห็นด้วยที่จะมีการเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ประชาชนให้ถูกต้อง นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ไม่มีใครคิดที่จะแก้ปัญหาอย่างแท้จริง มีแต่คิดหาทางออก แต่ก็เห็นด้วยที่เราจะทำงานร่วมกันต่อไป ขณะที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เห็นควรที่จะมีการเจรจา เพราะถ้าเราเริ่มต้นเจาจรไปก่อนผลจะออกมาเป็นอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ งเราก็เจรจาถ่วงเวบลาดึงเวลาไปเรื่อน เผลออาจใช้เวลาถึงครึ่งปี ด้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวว่า ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับศรัทธาของประชชน ทำอย่างไรที่รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างผลงาน ทำงานเพื่อเอาใจประชาชนมาสนับสนุนรัฐบาลให้ได้
นายกรัฐมนตรี จึงได้กล่าวกับครม.อีกว่า "การต่อสู้ขณะนี้ คือการต่อสู้ศรัทธาประชาชน แต่ในระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ถือว่าประชานชื่นชอบ ถ้าเทียบกับรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ปัญหาคือ รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณเขาทำงานมา 5 ปี อดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ อยากให้จบเกมเร็ว รัฐบาลยิ่งอยู่นานโอกาสของเขาก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ เพราะขณะนี้รัฐบาลได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน เราเดินมาถูกทางแล้ว ก็ขอให้รมต.ทุกคนอดทน หารือร่วมกันให้มากขึ้น และเร่งทำงาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป อาจทำให้คนหงุดหงิดว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเด็ดขาด แต่ความเด็ดขาดนั้นจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุเลือดตกยางออก พวกเราต้องอดทน เพื่อให้การบริหารบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ เรา ต้องอดทน หารือร่วมกันให้มาก เพราะสงครามการเมืองไม่มีครั้งสุดท้าย วันนี้ผลจะออกมาอย่างไรก็ยังต้องมีวันข้างหน้าอีก อย่างเหตุการณืช่วงเดือนเม.ย.คิดว่ากลับไปแล้วจะเบาลง แต่เขากลับไปตั้งหลักมา 8 เดือนกลับมาก็แรงกว่าเดิม และครั้งนี้มันไปไกลถึงสถาบันหลักแล้ว ไม่ใช่แค่การยุบสภา ซึ่ง ตัวสถาบันหลักเองก็ไม่สามารถที่จะตอบโต้ปกป้องตัวเองได้ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องทำ ต้องออกมาช่วยกัน"นายกฯ กล่าว
ทั้งนี้ มีรมต.จากพรรคร่วมรัฐบาลได้แสดงความเห็นพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลต่อไป ไม่ว่าจะเป็นนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาและหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรมและหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ต่างให้การสนับสนุนพร้อมบอกว่า ขณะนี้รัฐบาลทำงานได้ไม่มีสถานการณ์ที่บ่งชี้จะนำไปสู่ความรุนแรง







