
เสธ.อ้ายชู3เหตุลล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์
เสธ.อ้าย ผนึกกำลัง ประสงค์ -แซมดิน-หมอตุลย์ ประกาศ 3 เหตุเดินหน้าล้มรัฐบาล"ยิ่งลักษณ์"
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
องค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่ายได้ร่วมแถลงข่าวประกาศจุดยืนพร้อมแนวทางเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ในวันที่ 28 ต.ค. โดยมีประเด็นหลัก 3 เรื่อง คือ 1.การจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ 2.นักการเมืองไม่มีความสามารถบริหารประเทศ และ 3.เกิดการทุจริตคอรัปชั่นอย่างกว้างขวาง
โดยพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานองค์การฯ ขยายความว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลปล่อยปละละเลยให้มีการจาบจ้วงสถาบัน ยิ่งเฉพาะปลายรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2544 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และไม่มีการป้องกันปราบปราม อีกทั้ง ยังทำการในลักษณะยุงยงส่งเสริม
นอกจากนี้ รัฐบาลปัจจุบันยังเป็นหุ่นเชิดของพ.ต.ท.ทักษิณคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ คุณธรรม อีกทั้ง รัฐบาลปล่อยให้เกิดทุจริตคอรัปชั่นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงได้จัดนักวิชาการผู้มีความรู้จริงๆ มาอธิบายพร้อมให้ข้อมูลต่อประชาชน ก่อนนำกลับไปขยายต่อให้รับทราบอย่างทั่วกัน
ทั้งนี้ ยืนยันว่าสิ่งที่ได้กระทำลงไป เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ จริงใจ รักชาติ และในนามองค์การพิทักษ์สยามหวังอยากให้ประเทศไทยกลับไปสู่ความสันติสุข นอกจากนี้ วันเดียวกันคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีการตั้งเวทีคู่ขนาน โดยใช้ชื่อเวที “ชมรมองค์การพิทักษ์สยาม” พร้อมทั้งจะมีการโฟนอินเข้ามาร่วมงานในวันดังกล่าวด้วย
สำหรับรายชื่อนักวิชาการที่จะเข้าร่วมการชุมนุม อาทิ ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ต่อตระกูล ยมนาค นิพนธ์ วงศ์ตระหง่าน ประสิทธิ์ ไชยทองพันธ์ และพิเชฎฐ พัฒนโชติ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ รวมถึงกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จะมาอ่านแถลงการณ์พร้อมนำคณะมาดูแลในเรื่องของความปลอดภัย และยืนยันว่ารายชื่อนักวิชาการที่เข้าชุมนุม เป็นคนที่มีความรู้จริงอย่างแน่นอน
ขณะที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ระบุว่า การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมเพราะเห็นด้วยกับแนวทาง ประกอบกับรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติ ในมาตรา 70 ให้คนไทยหรือบุคคลมีหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และมาตรา 71 ระบุว่าคนไทยหรือบุคคลมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของชาติ มิให้ถูกทำลาย หรือนำไปใช้เป็นของส่วนตัว
ดังนั้น หน้าที่ดังกล่าว ถ้าหากเป็นข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร มีหน้าที่กำหนดตามกฎหมาย ย่อมมีวันเกษียน สำหรับหน้าที่ของคนไทยตามรัฐธรรมนูญ หน้าที่นี้ไม่มีวันเกษียน ตั้งแต่เกิดถึงตาย มีหน้าที่ 2 ประการดังกล่าว
“มาวันนี้ จึงมาทำหน้าที่ของผมในฐานะเป็นคนไทย และไม่ได้มาส่งเดช ซึ่งอุดมคติและเป้าหมายการทำงาน ถึงเวลาแล้วที่ประเทศต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้บ้านเมืองไม่ล่มสลาย จากการบริหารจัดการของนักการเมืองเลวๆ ที่กำลังถืออำนาจรัฐอยู่ในขณะนี้ อีกทั้ง โกง ดื้อ ด้าน และไม่มีความละอายต่อคุณธรรมและศีลธรรรม ”
อย่างไรก็ดี ต้องเปลี่ยนสนามม้า เป็นสนามกู้ชาติ เปลี่ยนแปลงบ้านเมือง อีกทั้ง เคยมีผู้บอกว่าระบอบการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน แต่รัฐบาลและนักการเมืองไม่ดี ขณะนี้ไม่ใช่รัฐบาลประชาชน แต่อ้างมาจากประชาชน ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนรู้ดีว่า การเข้ามาสู่อำนาจของคนเหล่านี้มาด้วยวิธิการสกปรกอย่างไร
ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เคยอยู่เบื้องหลังหรือเป็นอีแอบล้มรัฐบาล แต่พวกที่เป็นอีแอบ คือ คนที่หนีคุกออกนอกประเทศ จุ้นจ้านไปทุกเรื่อง ส่วนคนที่ไปพบคนหนีคุก เดินเมาเซ กลับปฏิเสธ คือ อีแอบที่แท้จริง และไม่มีแผนบันได 5 ขั้น มีแค่ 2 ขั้นเท่านั้น ขั้นแรกวันที่ 28 ต.ค. ส่วนขั้นที่ 2 จะตามมาในไม่กี่วัน จะเอาให้จบไม่ยืดเยื้อ มันต้องจบลงด้วยดีเพราะประชาชน
ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม ยืนยันว่า กองทัพธรรมยินดีให้การสนับสนุนงานชุมนุมอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าเป็นกิจที่ประชาชนควรจะทำและสำคัญ ทั้งนี้ ข้อมูลที่ประชาชนรับรู้มีมานานแล้วว่า ความเสื่อมของนักการเมือง รัฐบาล มีมากมาย ไม่ใช่แค่ 3 ประเด็นนี้ แต่ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนไม่จริงจังเท่าที่ควร
ทั้งนี้ กองทัพธรรมจะทำในลักษณะเดิม คือ อาหาร น้ำดื่ม ความสะอาด การรักษาพยาบาล และอื่นๆที่จะทำให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยปราศจากอาวุธตามระบอบประชาธิปไตย และอยากให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนรับทราบข้อมูลที่แท้จริง แม้ข้อมูลดังกล่าวรัฐบาลอาจเสียหาย แต่ก็เกิดจากความจริง หากข้อมูลของกลุ่มที่นำมาเปิดเผยเป็นเท็จ รัฐบาลก็สามารถฟ้องได้ แต่ยืนยันว่าข้อมูลที่นำมา ถือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมาก
ด้าน พล.อ.ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์ แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อธิบายว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีความจริงจัง ทำให้ผู้คิดร้ายต่อสถาบันมีความเหิมเกริมมากขึ้น ฉะนั้น วันที่ 28 ต.ค. ได้แจ้งเตือนไปยังกลุ่มที่สนับสนุนให้เดินทางเข้าร่วม เพื่อส่งเสียงไปถึงรัฐบาลให้ทราบว่าประชาชนมีความรู้สึกอย่างไร
“การชุมนุมในพื้นที่ราชตฤณมัยสมาคมฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ไม่ใช่พื้นที่อโคจร ตามที่ใครเคยกล่าวไว้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนที่จะจงรักภักดี ต้องเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเรียน แต่อาศัยสื่อบางชนิดเป็นเครื่องมือ และการชุมนุมครั้งนี้ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี”
ทั้งนี้ อยากเรียกให้ประชาชนมาร่วมชุมนุม แม้ไม่มีโอกาสเข้าไปนั่งในสภา แต่ต้องทำหน้าที่กำกับดูแลคนที่เลือกเข้าไป เมื่อเข้าไปแล้วไม่ดี ต้องหาทางเอาออก หรือจัดการเปลี่ยนแปลงนิสัย ซึ่งวันดังกล่าวทั่วโลกจับจ้องประชาธิปไตยในบ้านเรา ที่มีนักการเมืองเลวๆเข้าไป เราจะมีวิธีจัดการอย่างไร เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมโลก หากหวังจะได้ประชาธิปไตย นักการเมืองที่ดีๆเข้ามาปกครองบ้านเมือง ทุกคนละเลยไม่ได้ ก่อนที่บ้านเมืองจะวิบัติไปมากกว่านี้
พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ รองประธานองค์การฯ กล่าวว่า การรวมตัวครั้งนี้ เพราะมองว่าการบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องการขายก๋วยเตี๋ยว ไม่ใช่จะเอาใครมาบริหารประเทศก็ได้ เพราะเมื่อเกิดความเสียหายแล้วจะแก้ยาก นอกจากนี้ ยังมีความเห็นว่านักการเมืองในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ค่าตัวแพง เอามาใช้งบประมาณก็มาก ในลักษณะฉ้อฉล แทนที่จะบำรุงรัฐ กับเป็นการบำรุงตัวเองและพวกพ้อง
“ผมมีความเชื่อมากขึ้นทุกทีว่านักการเมืองส่วนมากขณะนี้ นอกจากไม่เป็นคุณแก่รัฐและประชาชน ยังดูเหมือนเป็นภัยกับรัฐและประชาชน”
ด้านนายสมพจน์ ปิยะอุย รองประธานองค์การฯ ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรม หมดความไว้วางใจ ในการบริหารประเทศอีกต่อไป







