
ของจำเป็นที่มีข้อจำกัด
เครื่องทดสอบความสำเร็จหรือล้มเหลวของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองไปสู่ประชาธิปไตย ว่าจะสามารถลงหลักอย่างมั่นคงในสังคมการเมืองนั้นได้หรือไม่
โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์
เครื่องทดสอบความสำเร็จหรือล้มเหลวของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองไปสู่ประชาธิปไตย ว่าจะสามารถลงหลักอย่างมั่นคงในสังคมการเมืองนั้นได้หรือไม่ อย่างหนึ่งที่สำคัญคือ การยอมรับผลของการเลือกตั้ง
ผลสำคัญที่สุดของการเลือกตั้ง คือ เป็นผลรวมแห่งการตัดสินใจของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ว่ามอบให้ใครเป็นตัวแทนของเขาในการเข้าใช้อำนาจรัฐ การยอมรับผลของการเลือกตั้งโดยนัยนี้ จึงหมายถึงการยอมรับว่า การอ้างอิงสิทธิอำนาจประชาชนในการจัดการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย จะทำได้ก็โดยผ่านการเลือกตั้ง ที่เป็นไปโดยอิสระ และเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมเท่านั้น
แต่การยอมรับผลของการเลือกตั้งก็ควรยอมรับด้วยว่าการเลือกตั้งเองมีข้อจำกัดเช่นกัน ผลของมันมิได้เป็นดังยาสารพัดนึกสามารถแก้ไขปัญหาสารพัน ที่สมาชิกแต่ละฝ่ายของสังคมการเมืองนั้นเผชิญอยู่ได้ทุกอย่าง
และการเลือกตั้งอาจสร้างผลลัพธ์ที่เป็นปัญหาได้ เช่น ความสัมพันธ์ต่างตอบแทนระหว่างนักการเมืองกับผู้สนับสนุนและผู้ลงคะแนนที่เป็นการสมประโยชน์ส่วนตัวและระยะสั้นแต่อาจไม่เป็นผลดีต่อผลประโยชน์สาธารณะหรือผลประโยชน์ระยะยาวของผู้ลงคะแนนเหล่านั้นเอง
การยอมรับผลของการเลือกตั้ง โดยรู้หรือทั้งๆ ที่รู้ว่ามันมีข้อจำกัดอยู่มาก มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างน้อยสามประการ
ประการแรก หากสังคมมองการเลือกตั้งว่าเท่ากับเป็นประชาธิปไตยโดยไม่เพ่งเล็งถึงข้อจำกัดของมัน ก็จะเปิดช่องให้แก่ผู้นำจำพวกที่ไม่ต้องการเปิดขยายการมีส่วนร่วม การสร้างความเสมอภาคการตรวจสอบการใช้อำนาจ และการให้หลักประกันสิทธิด้านต่างๆ แก่พลเมือง ใช้การเลือกตั้งอ้างความชอบธรรม และหันเหกลบเกลื่อนการพัฒนาคุณภาพประชาธิปไตยในมิติเหล่านี้ได้
ประการที่สอง การเข้าใจข้อจำกัดของการเลือกตั้งว่ามันทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับสังคมที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
การศึกษาระยะเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยในเชิงเปรียบเทียบ พบว่าเงื่อนไขที่ช่วยให้ประชาธิปไตยตั้งมั่นอย่างมั่นคงในสังคมการเมือง มิได้ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้ง เท่ากับว่าในระยะเปลี่ยนผ่าน กลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ประจันกันอยู่ จะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการเมืองจนเกิดฉันทามติได้หรือไม่ ท่ามกลางการแบ่งฝักฝ่ายและความเลื่อนไหลไม่แน่นอนในอำนาจของแต่ละฝ่าย
ฉันทามติที่สำคัญต่อการตั้งมั่นของระบอบประชาธิปไตย ได้แก่ ข้อตกลงเกี่ยวกับคุณค่าหลักที่ใช้กำหนดความเป็นพลเมืองของชาติ และสิทธิพลเมืองพื้นฐานที่พึงได้รับการปกป้องและไม่ถูกละเมิด กรอบกติกาของการเข้าสู่อำนาจ การจัดความสัมพันธ์และการตรวจสอบการใช้อำนาจทางการเมือง กระบวนการแก้ไขความขัดแย้ง ตลอดจนการตีกรอบบทบาทและอำนาจรัฐ โดยเฉพาะกลไกรัฐที่ถืออาวุธและอำนาจทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผู้ถือทุน
ถ้าฉันทามติในประเด็นพื้นฐานเหล่านี้ไม่สามารถบรรลุได้ด้วยการเจรจาหารือ หรือการกดดันต่อรองผ่อนปรนระหว่างอำนาจฝ่ายต่างๆ โดยรักษาหลักการพื้นฐานว่าด้วยอำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชนไว้ได้ การเลือกตั้งเพียงลำพังก็ไม่สามารถช่วยนำฉันทามติในเรื่องเหล่านี้มาให้ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในระยะเปลี่ยนผ่านทางการเมือง สามารถสร้างเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ส่งผลเป็นบวกเป็นลบต่อผลลัพธ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นได้ไม่น้อย
ดังจะเห็นว่า เมื่อการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองที่มีความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยเป็นไปได้ก็แต่โดยการเลือกตั้ง การเลือกตั้งจะลดทอนโอกาสการผูกขาดอำนาจไว้ในมือของกลุ่มอำนาจเดิม เพราะการเลือกตั้งนอกจากจะเปิดทางให้คนหน้าใหม่กลุ่มอื่นๆ มีโอกาสเข้ามาแชร์และใช้อำนาจแล้ว ยังทำให้โอกาสในการใช้กลไกอำนาจรัฐเพื่อขับเคลื่อนและสืบทอดอำนาจของกลุ่มอำนาจเดิมทำได้ลำบากมากขึ้นด้วย
แต่ในขณะเดียวกัน การเลือกตั้งก็ลดทอนเงื่อนไขที่จะให้ความชอบธรรมแก่การเคลื่อนไหวแบบระดมมวลชนของฝ่ายที่ต้องการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงแบบถึงรากลงไปด้วยพร้อมกันเมื่อการชิงชัยในสนามเลือกตั้งเข้ามาแทนการชิงชัย ในสมรภูมิปฏิวัติ ฝ่ายที่มุ่งเปลี่ยนแปลงก็คงต้องคำนึงถึงการระดมเสียงสนับสนุนด้วยแนวคิดและนโยบาย ที่สอดคล้องกับขอบฟ้าความคิดและความต้องการของผู้ออกเสียงลงคะแนน มากกว่าการมุ่งลิ่วไปสู่เป้าหมายตามพิมพ์เขียวการปฏิวัติสังคม
ในเงื่อนไขนี้ การเลือกตั้งจึงอาจไม่ให้อะไรแก่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งหมด และไม่ให้ผลที่น่าพึงพอใจแก่พวกสุดโต่งทั้งสองข้าง แต่จะตะล่อมให้ฝ่ายต่างๆ หันมาต่อรองตกลงกันเพื่อหาการเมืองที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันได้ มากกว่าความสมบูรณ์แบบ
ประการสุดท้าย ที่ขอใช้เป็นข้อสรุปไปด้วย คือ การยอมรับสิ่งใดว่าเป็นของจำเป็นที่จะขาดเสียมิได้ แต่ขณะเดียวกันก็ตระหนักถึงข้อจำกัดของมัน จะทำให้เราไม่จำนนต่อข้อจำกัดที่มีอยู่ ด้วยการเฝ้าระวังและหาทางแก้ไขข้อจำกัดเหล่านั้นเสมอไป และอีกด้านหนึ่ง ด้วยการหาทางอยู่กับข้อจำกัดของสิ่งนั้นโดยไม่ใจเร็วพลั้งมือโยนมันทิ้งไป เมื่อมันทำงานให้ผลไม่ได้ดังใจ







