
โดนทุกฝ่าย
หน้าบทบรรณาธิการและความเห็นของหนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล
หน้าบทบรรณาธิการและความเห็นของหนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล
ได้ระบุถึงการเข้าแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางฮ่องกง ว่า นับเป็นสัญญาณล่าสุดที่สะท้อนว่า มาตรการคิวอีครั้งที่ 3 ของสหรัฐได้ส่งผลกระทบต่อเอเชียมากเพียงใด
ตราบใดที่เงินร้อนมหาศาลยังหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด บรรดาผู้กำหนดนโยบายหลายประเทศต่างก็ต้องเผชิญภาวะที่ยากลำบากต่อไป ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐเอง
นอกจากกรณีของฮ่องกงแล้ว ยังมีข่าวลือว่าเกาหลีใต้อาจตัดสินใจดำเนินการแบบเดียวกัน หลังจากที่เงินวอนแข็งค่าเกือบแตะ 1,100 วอนต่อเหรียญสหรัฐ เมื่อต้นเดือน ก.ย. เช่นเดียวกับในญี่ปุ่น และแม้ว่าทั้งสองชาตินี้จะแทรกแซงค่าเงินกันมาตลอดอยู่แล้ว แต่สถานการณ์ในช่วงนี้ก็ทำให้ทั้งสองประเทศวิตกมากขึ้น
อีกปัญหาหนึ่งที่น่าวิตกก็คือ ความเสี่ยงภาวะเงินฝืด เพราะในสถานการณ์ที่ส่งออกลดลงฮวบฮาบ เงินทุนที่ไหลท่วมอาจส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ทว่าค่าเงินในประเทศที่แข็งค่าอาจทำให้การจับจ่ายใช้สอยฝืดเคืองลง
เกาหลีใต้ ไทย และสิงคโปร์ ต่างก็อาจต้องเผชิญความเสี่ยงดังกล่าว โดยเกาหลีใต้และไทยนั้นเลือกใช้มาตรการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าจะมีแนวโน้มที่เงินเฟ้อจะกลับมาสูงขึ้นก็ตาม โดยเชื่อว่าการลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 2.75% อาจช่วยลดแรงเย้ายวนของทุนนอกที่จะเข้ามาเก็งกำไรในประเทศได้ ขณะที่ธนาคารกลางสิงคโปร์นั้นเลือกใช้วิธีอื่นด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อให้อยู่ที่ราว 4%
อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้สถานการณ์บานปลายต่อไปจนกลายเป็นความวุ่นวายในระบบอัตราแลกเปลี่ยน เรื่องนี้ก็จะเป็นปัญหาของสหรัฐไปด้วย เงินเหรียญสหรัฐซึ่งอ่อนค่ามานานนั้น ยังอาจกลายเป็นปัญหาต่อไปของผู้นำสหรัฐคนใหม่ ที่ต้องการเปิดเขตการค้าเสรีข้ามแปซิฟิกกับหลายชาติในเอเชียด้วย หากสหรัฐยังปล่อยให้เงินร้อนโหมเข้ามาโจมตีค่าเงินในเอเชียแบบไม่ยั้งต่อไป







