
ลดคน-ทำกำไร
เป็นข่าวที่น่าวิตกกังวลอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจในสหรัฐ ที่ยังเกิดการเลย์ออฟพนักงานอย่างต่อเนื่อง
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เป็นข่าวที่น่าวิตกกังวลอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจในสหรัฐ ที่ยังเกิดการเลย์ออฟพนักงานอย่างต่อเนื่อง อย่าง ดาว เคมิคอล บริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่ก็ประกาศลดพนักงานลง 5% ทั่วโลก
บริษัท ดูปองท์ ผู้ผลิตสีชื่อดังก็ประกาศลดพนักงานลงอีก 1,500 ตำแหน่ง ซินก้า บริษัทผลิตเกมชื่อก้องโลกก็ปรับลดพนักงานอีก 3,200 ตำแหน่ง ยังไม่นับรวม ฟอร์ด มอเตอร์ ที่เตรียมปิดโรงงานผลิตในยุโรปอีก จะทำให้คนตกงานถึง 4,300 คน
นี่คือข้อเท็จจริงของสภาพธุรกิจในปัจจุบันของสหรัฐ ที่ลักษณะธุรกิจกำลังเปลี่ยนไปครับ
ประการแรก นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐที่ปะทุขึ้นในปลายปี 2008 ทำให้ภาคธุรกิจในสหรัฐต้องลดต้นทุนกันครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอด ดังที่จะเห็นได้ว่า ตลอดปี 2009 นั้นมีแต่ข่าวการเลย์ออฟพนักงานของบริษัทเอกชน ธนาคาร และสถาบันการเงินกันอย่างต่อเนื่อง
การลดจำนวนพนักงานถือเป็นทางเลือกที่สำคัญเพื่อการลดต้นทุนของบริษัทเหล่านี้ เพื่อที่จะมีศักยภาพในการทำกำไรต่อไป ภาวะดังกล่าวจึงยิ่งทำให้ปัญหาการว่างงานในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับรุนแรง
ประการที่สอง แม้ว่าตัวเลขการว่างงานของสหรัฐจากช่วงปี 2009 ถึงปัจจุบันจะดูดีขึ้น จากเดิมที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ราวๆ 9.7% มาอยู่ที่ประมาณ 8.3% ในวันนี้ แต่ทว่าในความเป็นจริงภายใต้ตัวเลขดังกล่าวที่ดูดีขึ้นเพราะ
1.คนว่างงานออกจากระบบไป คือไม่กลับเข้ามา
ทำงานในระบบอีก
2.เป็นตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นจริงตามที่ประธานาธิบดี
บารัก โอบามา อวดอ้างว่าสร้างงานได้ 5 ล้านตำแหน่ง แต่ทว่าตำแหน่งงานส่วนใหญ่จะเป็นตำแหน่งงานชั่วคราว หรือพาร์ตไทม์นั่นเอง
นี่แหละครับ คือสิ่งสำคัญที่กำลังเกิดกับภาคธุรกิจของสหรัฐในวันนี้ คือตัดลดปริมาณพนักงานประจำลง และหันมาจ้างตำแหน่งงานชั่วคราวมากขึ้น เพื่อเป็นการประหยัด ลดต้นทุน ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายระยะยาวกับสวัสดิการต่างๆ
นี่คือปัญหาหลักและเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั้ง โอบามา และ มิตต์ รอมนีย์ ไม่ว่าใครก็ตามที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐคนต่อไป ก็จะต้องเผชิญหน้า
แน่นอนครับว่า นี่ยังไม่รวมกับปัญหาที่ภาคเอกชนสหรัฐพากันย้ายฐานผลิตออกจากบ้านมาหลายสิบปีแล้ว ทำให้ที่สหรัฐนั้นคนกำลังไม่มีงานทำเพิ่มมากขึ้น เพราะฐานการผลิตของเอกชนได้ย้ายมายังจีนเป็นจำนวนมาก อย่างไอแพด ไอโฟน ที่ตีตรายี่ห้อมะกัน แต่ก็ผลิตขึ้นในจีนทั้งนั้น
การแก้ปัญหาการว่างงานในสหรัฐจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อยครับ เพราะปัญหาทั้งหมดส่วนหนึ่งก็อยู่ที่ตัวเอกชนของสหรัฐเองด้วย ที่ยังไม่กล้าลงทุนเพิ่ม ไม่กล้าจ้างงานเพิ่ม ทำให้คนอเมริกันยังเตะฝุ่นกันเกลื่อนประเทศ
หนำซ้ำยังมีกระแสความวิตกกังวลจากปัญหาหนี้ในยุโรป ที่สามารถเป็นปัจจัยกระแทกเศรษฐกิจสหรัฐได้อยู่ทุกเมื่อ และในวันนี้เศรษฐกิจสหรัฐไม่มีภูมิคุ้มกันพอที่จะรับมือกับแรงกระแทกจากยุโรปได้ครับ
อีกนานครับกว่าสหรัฐจะฟื้นอย่างจริงๆ ถ้าคนในบ้านยังตกงานกันเยอะแบบนี้







