
โลกมองไทย
นับเป็นอีกครั้งที่ชื่อของประเทศไทยปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก กับเรื่องของสังคมที่กำลังตัดสินคนบนรูปร่างหน้าตา จนกดดันให้คนจำนวนมากไม่มีที่ยืน
นับเป็นอีกครั้งที่ชื่อของประเทศไทยปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก กับเรื่องของสังคมที่กำลังตัดสินคนบนรูปร่างหน้าตา จนกดดันให้คนจำนวนมากไม่มีที่ยืน
เอพี รายงานว่า อคติเรื่องความงามหรือการตัดสินกันที่รูปร่างหน้าตานั้น กำลังผลักดันให้คนไทยมุ่งเข้าหาศัลยกรรมความงาม โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือแม้แต่ชีวิตของตัวเอง
รายงานได้หยิบยกตัวอย่างหนึ่งของ รัตพิลา ชัยรุ่งกิต แม่ค้าขายอาหารวัย 25 ปีรายหนึ่ง ที่อยากเปลี่ยนจากหน้าไทยๆ ไปเป็นหน้าแบบ เจนนิเฟอร์ โลเปซ เธอจึงเข้าอินเทอร์เน็ตและค้นหาโบทอกซ์ราคาถูก และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของศัลยกรรมความงามในชีวิต ก่อนจะตามมาด้วยการผ่าตัดทำจมูก ทำตา 2 ชั้น ทำคางเรียวเล็ก แก้ไขรูปปาก ทำผิวขาว และฉีดโบทอกซ์อีกหลายสิบครั้ง
ทว่า ทั้งหมดนี้กลับไม่ได้ช่วยให้สวยขึ้นแถมยังเลวร้ายลง โดยแม่ค้ารายนี้เปิดเผยว่า การทำศัลยกรรมราคาถูกจากซิลิโคนที่ไม่ใช่เกรดทางการแพทย์ ทำให้เริ่มดูเหมือนแม่มด จนต้องยอมเสียเงินถึง 5 แสนบาท ไปผ่าตัดแก้ไขอีกหลายครั้งตลอด 5 ปี
ขณะที่เหยื่อบางรายไม่ได้โชคดีเหมือน รัตพิลา เช่น พริตตีสาววัย 33 ปี ที่เพิ่งเสียชีวิตไปจนเป็นข่าวใหญ่
เอพี ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเต็มไปด้วยคลินิกความงามราคาถูก ทว่าเสี่ยง โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ราคาย่อมเยาที่หวังดึงดูดผู้มีรายได้น้อย และการที่สังคมไทยกำลังนิยามถึงความงามว่าต้องดูขาวใสและน่าทะนุถนอม โดยดูถูกใบหน้าแบบบ้านๆ ปีกจมูกกว้างและผิวสีคล้ำ และตีความว่าคนเหล่านี้ต้องมาจากชนชั้นล่าง
ในช่วง 2 เดือนมานี้ มีการจับกุมผู้เชี่ยวชาญความงามเถื่อนได้ถึงเกือบ 40 รายในกรุงเทพฯ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีการลักลอบเปิดให้บริการอีกถึงเกือบ 200 ราย โดยเฉพาะที่โฆษณาตามอินเทอร์เน็ต
แม้เทรนด์ความงามราคาถูกจะเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทว่าสำหรับประเทศไทยนั้น ถือว่าอยู่ในระดับรุนแรงมากเป็นพิเศษ เพราะคนทุกระดับชั้น ทุกขั้นรายได้ ต่างก็ขวนขวายให้ตัวเองดูดีขึ้น และยากที่จะหลีกเลี่ยงศัลยกรรม







