posttoday
ส่ง'ชัชชาติ'เร่งรถไฟ10สาย20บาททีดีอาร์ไอแนะอย่าปรับบ่อย

ส่ง'ชัชชาติ'เร่งรถไฟ10สาย20บาททีดีอาร์ไอแนะอย่าปรับบ่อย

26 ตุลาคม 2555

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การที่โผปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การที่โผปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ได้ขยับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม ขึ้นมานั่งเป็น รมว.คมนาคม เพราะจะเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงและโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทาง ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ซึ่งมีมูลค่าเป็นล้านล้านบาทให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะ ชัชชาติ มีความรู้และเข้าใจการทำงานของหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมในระดับหนึ่งแล้ว

ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา ชัชชาติ ได้รับความไว้วางใจจาก จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม อย่างมาก เรื่องต่างๆ ในส่วนของนโยบายจึงไม่น่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ส่วนเรื่องปัญหาตำแหน่งของผู้บริหารของกระทรวงคมนาคมที่ยังขาดอยู่ คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งโดย ชัชชาติ

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า นอกเหนือจากการผลักดันโครงการไฮสปีดและโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทางแล้ว จะต้องดำเนินการโครงการต่อเชื่อมในเส้นทางต่างๆ ทั้งบก น้ำ อากาศ และราง เพื่อก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ด้วย เนื่องจากการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องยังล่าช้า นั่นจึงเป็นเรื่องที่ ชัชชาติ ต้องเร่งเข้ามาดำเนินการวางระบบทั้งหมด เพื่อความคล่องตัวในการประสานงานและการติดต่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้ากับเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและหัวเมืองใหญ่ในแต่ละภาคยังถือเป็นภารกิจสำคัญที่ว่าที่รมว.คมนาคมคนใหม่ต้องเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่องด้วย ส่วนการแบ่งงานระหว่างว่าที่รมว.คมนาคมคนใหม่ กับรมช.คมนาคมหน้าใหม่อีก 2 คนนั้น คงต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯก่อนจึงจะทราบว่า รมต.คมนาคมแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบหน่วยงานใดบ้าง

คุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นโยบายสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการต่อ คือ การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ซึ่งจำเป็นต้องหาข้อสรุปให้เสร็จก่อนสิ้นปีนี้ เนื่องจากได้กำหนดการตรึงราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนจนถึงสิ้นปี 2555 เท่านั้น ทั้งนี้ควรมีการกำหนดทิศทางนโยบายในเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนไม่เช่นนั้นภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เข้าไปอุดหนุนราคาแอลพีจีและการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศจะเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเฉพาะในปี 2555 คาดว่าจะใช้เงินอีกกว่า 4 หมื่นล้านบาท ในขณะที่กองทุนน้ำมันฯมีฐานะสุทธิติดลบอยู่ 1.9 หมืนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีนโยบายการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ของภาคพลังงาน รองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนยุทธศาสตร์สำรองน้ำมันของประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมยังมีนโยบายหลายเรื่องที่สำคัญและยังค้างอยู่ จำเป็นต้องดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุน ชักจูงนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย รวมถึงการส่งเสริมให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ ขณะที่ภารกิจต่อเนื่องที่ต้องทำ คือ การผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียวให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน และเรื่องการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการภาคการผลิต รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อรับมือกับการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558

ธีระ วงศ์สมุทร อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ ต่อนายกรัฐมนตรีและพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกเพราะปัญหาสุขภาพต้องการพักผ่อนต่อนายกฯ ซึ่งหากอยู่ถึงวันที่ 19 ธ.ค. ก็จะครบ 4 ปีกับ 2 รัฐบาล ซึ่งยอมรับว่ามีอีกหลายเรื่องที่อยากทำแต่ทำไม่สำเร็จ โดยเฉพาะกฎหมายสวัสดิการชาวนาที่ถูกตีกลับจาก ครม.หลายครั้ง จึงอยากฝาก รมว.เกษตรฯ คนใหม่ให้สานงานต่อ เพราะปัญหากระทรวงเกษตรฯ มี 4 ด้านสำคัญที่ต้องเดินหน้า ทั้งนี้หลังลาออกจะทำงานเพื่อสังคม จะไม่ไปทำงานกับภาคเอกชนอย่างแน่นอน

การได้มาเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกระทรวงเกษตรฯในฐานะเป็นอดีตข้าราชการ อดีตอธิบดีกรมชลประทานก็ยอมรับว่าเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด และดีใจที่ได้ทำงานสนองในโครงการพระราชดำริในหลายโครงการ และในการบริหารงานที่ผ่านมาไม่มีปัญหาการทุจริตก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีและทุกกระทรวงก็ไม่อยากให้มี แม้ในส่วนผลงานอาจจะไม่โดดเด่นมาก แต่ก็ไม่ติดลบ ซึ่งไม่กล้าให้คะแนนตนเองแต่จากผลสำรวจของโพลต่าง ๆผลงานกระทรวงเกษตรฯจะติด1ใน10 เสมอจะติดบ้วยมีเพียงครั้งเดียว

ธีระ กล่าวว่า ฝาก รมว.เกษตรฯ คนใหม่ให้ดูแลใน 6 เรื่องหลัก คือ 1.การส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดต้นทุนการเกษตร 3.การพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ด้านน้ำและดิน ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นครัวของโลก ซึ่งเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการโซนนิงการเกษตร 4.การทำงานร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ 5.การประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนด้านเกษตร และ 6.การผลักดันให้กระทรวงการคลังแก้ไขหลักเกณฑ์เยียวยาเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร 55% ของต้นทุนการผลิต ซึ่งได้ยื่นเรื่องไปเป็นปีแล้ว แต่ยังไม่มีการแก้ไข ทำให้ต้องเสนอ ครม.ทุกครั้งเมื่อประสบภัย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯกล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นรมช.เกษตรฯอยู่แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงใดก็ฝากอำลากับข้าราชการกระทรวงเกษตรฯไปพร้อมกันและจะไม่ลืมเวลาในการเข้ามาทำงานที่กระทรวงเกษตรฯ ซึ่ง ช่วง 9 เดือนเต็มกับการเป็นรมช.เกษตรฯ ได้ทำงานเต็มที่จนบางเรื่องหวาดเสียวมากไปจนอธิบดีบางท่านสกิด งานที่ทำไว้หลายโครงการถือว่ามาถูกทางทั้งโครงการรักษาเสถียรภาพราคา ซึ่งมั่นใจว่ารมช.คนใหม่จะมาสานต่อ รวมทั้งงานส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร ภายหลังที่ผลักดันให้สหกรณ์เป็นวาระแห่งชาติได้สำเร็จ รวมไปถึงโครงการขุดบ่อจิ๋วในไร่นาของเกษตรกรที่ในปีนี้มีเป้าหมายจะขุด 8หมื่นบ่อ ซึ่งฝากรมช.คนใหม่ให้มาสานงานต่อเช่นกัน

ด้าน นสพ.ยุคล ลิ้มแหลมทอง ซึ่งมีข่าวว่าจะมาเป็น รมว.เกษตรฯ คนใหม่ กล่าวว่า ยังไม่สามารถพูดอะไรได้จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้เป็นเรื่องปกติ จะเป็นใครมาก็ได้ ขอแค่ให้คิดและมองแผนระยะไกล แต่ที่ห่วงในการปรับ ครม. คือ ไม่ควรปรับบ่อยเกินไป เพราะนโยบายหลายๆ เรื่องเกี่ยวเนื่องกับตัวรัฐมนตรีแต่ละสมัย ดังนั้นจึงควรให้เวลาในการทำงานให้ต่อเนื่อง ไม่ใช่ให้เวลาแค่ 6-12 เดือนก็ปรับใหม่อีกแล้ว เพราะการทำงานต้องมีความต่อเนื่องในนโยบาย 5-10 ปี ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้นโยบายการบริหารงานไม่นิ่งและไม่มีความต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท