posttoday
ดอลลาร์อ่อน ยูโรป่วน เอเชียดันแผนลดพึ่งเงินตะวันตก

ดอลลาร์อ่อน ยูโรป่วน เอเชียดันแผนลดพึ่งเงินตะวันตก

25 ตุลาคม 2555

ภายหลังเผชิญหน้ากับเหตุวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ในสหรัฐ หรือ “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” ก่อนตามด้วยวิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรป

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ภายหลังเผชิญหน้ากับเหตุวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ในสหรัฐ หรือ “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” ก่อนตามด้วยวิกฤตหนี้สาธารณะของภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะในกลุ่มยูโรโซน จนสถานการณ์เศรษฐกิจโลกต้องชะลอตัวและเดินหน้าเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างไม่มีทางเลือก

บรรดานักวิเคราะห์ นักลงทุน และนักธุรกิจเจ้าของกิจการ รวมถึงนักการธนาคารทั้งหลายต่างเริ่มฉุกคิด และเริ่มกังขากับสกุลเงินเหรียญสหรัฐและสกุลเงินยูโร ในฐานะที่เป็นสกุลเงินสำรองยอดนิยมในหลายๆ ประเทศทั่วโลกมากขึ้น

เหตุเพราะปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุมเร้าทั้งสหรัฐและยุโรป จนต้องงัดทุกสารพัดมาตรการเพื่อแก้ไขยุติภาวะซึมเซาถดถอยและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้เดินไปข้างหน้า ส่งผลให้ “ค่าเงิน” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญไปโดยปริยาย

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็ต้องบอกว่า การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศเพิ่มสภาพคล่องในระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้นโยบายผ่อนคลายมาตรการทางการเงินรอบใหม่ (คิวอี 3) และใช้การทุ่มซื้อพันธบัตรรัฐบาลของชาติที่ประสบปัญหาสภาพคล่องไม่อั้น ทำให้เกิดกระแสเงินร้อนหลั่งไหลเข้ามาเก็งกำไร บิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ จนก่อปัญหานานัปการทั้งค่าเงินที่แข็งค่าเกินไป ทำให้ความสามารถในการส่งออกของเอเชียลดลง ข้าวของราคาแพงจนเกิดปัญหาเงินเฟ้อ และตามด้วยปัญหาฟองสบู่ในสินทรัพย์ในที่สุด

นอกจากนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย และรวมถึงภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก เช่น ภูมิภาคละตินอเมริกา เสี่ยงต่อพฤติกรรมของนักเก็งกำไรที่หวังเก็งกำไรค่าเงินจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ย โดยการกู้ยืมเงินสกุลที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ก่อนนำไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่จะผลักดันให้นานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาธนาคารกลางในภูมิภาคเอเชีย ภูมิภาคที่ได้ชื่อว่ามีเงินสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมากถึงราว 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ต่างขวนขวายหาหนทางขยับขยาย ตระเตรียมกลยุทธ์เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินจากชาติตะวันตกเหล่านี้

ดอลลาร์อ่อน ยูโรป่วน เอเชียดันแผนลดพึ่งเงินตะวันตก

เดวิด มาร์ช นักวิเคราะห์และประธานกลุ่มนักคิดด้านการเงินการคลังในสหรัฐ แสดงความเห็นผ่านหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวเพื่อลดการพึ่งพาค่าเงินยูโรหรือเหรียญสหรัฐ มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน

และความเคลื่อนไหวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในนามของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งวางแผนเพิ่มระดับความร่วมมือทางการเงินระหว่างกันในระยะยาว โดยมีจีน อินเดีย และเกาหลีใต้เข้าร่วมด้วย ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นที่จะลดการพึ่งพาสกุลเงินหลักจากฟากตะวันตกอย่างจริงจังของภูมิภาคเอเชีย

ทั้งนี้ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนเริ่มปล่อยให้สกุลเงินของตนเองมีการใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อบริหารจัดการเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันบรรดาธนาคารกลางในภูมิภาคต่างเพิ่มระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในรูปสกุลเงินของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของตน โดยถือเป็นความพยายามที่จะลดความเสี่ยงกับความผันผวนจากเงินเหรียญสหรัฐและเงินยูโรในปัจจุบัน

ข้อมูลซึ่งรวบรวมได้จากบรรดาธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศในแถบเอเชีย เช่น จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ รวมถึงไทย ต่างเพิ่มระดับอัตราเงินทุนสำรองในสกุลเงินเพื่อนบ้านในกลุ่มมากขึ้น

อี้กัง รองผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน (พีบีโอซี) ผู้รับผิดชอบสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศ ซึ่งคอยกำกับดูแลเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของจีน กล่าวยอมรับในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้จีนได้เพิ่มความหลากหลายในทุนสำรองระหว่างประเทศของตนมากขึ้น โดยนอกจากเงินรองที่อยู่ในรูปเหรียญสหรัฐ ยูโร เยน และปอนด์สเตอร์ลิงแล้ว สำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศจีนยังพิจารณาถือเงินสกุลอื่นที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งรวมถึงสกุลเงินอาเซียนด้วย

นอกจากนี้ รายงานจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ยังระบุว่า กระทั่งธนาคารกลางแห่งอินเดีย หนึ่งในธนาคารที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ยังต้องเร่งหาแผนเพิ่มทางเลือกในการจัดการกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของตนให้หลากหลายครอบคลุมมากขึ้น

ข้อมูลล่าสุดจากไอเอ็มเอฟแจงว่า สกุลเงินยอดนิยมสำหรับเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศในขณะนี้ยังคงเป็นเงินเหรียญสหรัฐ โดยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกอยู่ในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐอยู่ประมาณ 60% ขณะที่อีก 25% อยู่ในรูปสกุลเงินยูโร และส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในรูปสกุลเงินต่างๆ มากขึ้น เช่น สกุลเงินของประเทศออสเตรเลีย แคนาดา สิงคโปร์ และสกุลเงินของประเทศในแถบสแกนดิเนเวียบางประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มความหลากหลายให้กับเงินสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางประเทศต่างๆ แล้ว อาเซียนยังได้เดินหน้าแสวงหาความร่วมมือทางด้านการเงินระหว่างกันมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์หลายสำนักต่างเห็นตรงกันว่า นับตั้งแต่ที่วิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปจนกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้อาเซียนเริ่มไม่แน่ใจว่าการเป็นสกุลเงินเดียวกันดีจริงหรือไม่ อาเซียนจึงเดินหน้าเร่งผลักดันหานโยบายทางเลือกเพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเองในระยะยาว

หนึ่งในแนวทางนโยบายข้างต้น รวมถึงการเดินหน้ากำหนดกฎข้อบังคับที่จะใช้ร่วมกัน เช่น การรวมตลาดการเงิน การตรวจสอบธนาคาร กลไกเครดิตรวม และการค้าขายแลกเปลี่ยนที่ใช้สกุลเงินของประเทศชำระได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนเป็นอัตราเงินสกุลอื่นอย่างเงินเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้จะเดินหน้าเพื่อลดการพึ่งพิงสกุลเงินตะวันตก แต่นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งต่างเห็นพ้องว่า หลายๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียในขณะนี้กลับยังคงเสี่ยงต่อการสูญเงินสำรองระหว่างประเทศในปริมาณมหาศาล โดยสืบเนื่องมาจากบรรดาธนาคารกลางในเอเชียส่วนใหญ่นำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาลหลายๆ ประเทศที่สกุลเงินเหรียญสหรัฐและเงินยูโรมีอิทธิพลครอบงำอยู่ จนเสี่ยงที่จะต้องให้รัฐบาลของประเทศตนต้องควักเงินภาษีมหาศาลเพื่อชดเชยเงินสำรองที่อาจสูญไป

เรียกได้ว่า ภายในระยะยาวหากเอเชียต้องการหนีออกจากความไม่แน่นอนทั้งหลายทั้งปวงด้านการเงิน โดยเฉพาะเงินสำรองระหว่างประเทศ นอกจากการลดการถือครองเงินสกุลต่างประเทศแล้ว การวางแผนพัฒนาเพื่อหาสินทรัพย์ทางเลือก หรือสกุลเงินทางเลือกเพิ่มเติม ซึ่งหมายรวมถึงการหันหน้าเข้าหากันเองมากขึ้น

แต่ทั้งหมดทั้งมวลย่อมขึ้นอยู่กับว่า อาเซียนจะร่วมมือร่วมใจร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาภูมิภาคอย่างจริงจังและจริงใจได้มากเพียงใด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท