
ปภ.เตือนทั่วไทยอากาศเปลี่ยนมรสุมถล่มใต้-เหนือหนาว20องศา
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกมาระบุ ให้เฝ้าระวังสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิดในช่วงระยะเวลานี้
โดย...ทีมข่าวทั่วไป
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกมาระบุ ให้เฝ้าระวังสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิดในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก
เริ่มจากพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ ธานี ลงไปเกือบ 10 จังหวัด เช่น จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ฯลฯ จะมีฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในบางจุด
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า จ.นครศรีธรรมราช เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่งทะเล และพบว่าห่างจากฝั่งไปราว 1-2 กม. มีคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือประมงขนาดเล็กต้องอพยพเรือขึ้นมาไว้บนฝั่ง โดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้านบริเวณ อ่าวท่าศาลา อ.ท่าศาลา เช่นเดียวกับเรือประมงขนาดใหญ่ ซึ่งออกทำการประมงในทะเลลึก ต้องนำเรือเข้ามาจอดไว้ในบริเวณท่าเรือริมคลองท่าแพ อ.เมือง เป็นจำนวนมาก เนื่องจากคลื่นลมในทะเลลึกมีความรุนแรง โดยทั้งหมดจะต้องหยุดทำประมงชั่วคราว จนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น
ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในระยะนี้เริ่มมีอากาศหนาวเย็น ปภ.จึงประกาศให้เตรียมความพร้อมรับภัยหนาวตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป พร้อมทั้งเร่งจัดทำบัญชีกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก สตรี คนชรา และคนพิการ เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีควบคู่การเฝ้าระวังอัคคีภัยหรือไฟป่า ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงอากาศแห้ง
อย่างไรก็ดี มีรายงานเช่นกันว่า สภาพอากาศที่ จ.เชียงราย เริ่มหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ราบเขต อ.เมือง สามารถวัดอุณหภูมิได้ต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกในปีนี้ ขณะที่บริเวณพื้นที่ภูเขาสูงมีอุณหภูมิลดต่ำลงโดยมีอุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส ทั้งในช่วงเช้าตรู่และกลางคืน
อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศดังกล่าว กลับส่งผลให้การท่องเที่ยวเริ่มคึกคักขึ้น โดย จ.เชียงราย ได้จัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2012 ตั้งแต่วันนี้-6 ม.ค. 2556 ณ สวนไม้งามริมกก ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย และบริเวณเชิงสะพานเฉลิมพระเกียรติฯ จะมีการนำหิมะเทียมไปแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย
ขณะที่ จ.บุรีรัมย์ เริ่มจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวใน 23 อำเภอ หลังสภาพอากาศเริ่มเย็นลงในตอนเช้า มีหมอกปกคลุมและอากาศมีอุณหภูมิที่ 20–21 องศาเซลเซียส จากกรณีดังกล่าวทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยหนาวทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอ
ด้าน จ.กาฬสินธุ์ ยังคงเกิดภัยแล้งซ้ำซาก โดยพื้นที่นอกเขตชลประทานประชาชนเริ่มขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่ 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง นามน สามชัยห้วยผึ้ง สหัสขันธ์ ดอนจาน และนาคู 46 ตำบล 486 หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ง ประชาชน 5.1 หมื่นครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน พื้นที่นาข้าวยืนต้นตายแล้ง 4.6 หมื่นไร่ และพืชไร่อีก 500 ไร่







