posttoday
ปูดกระแสล้มรัฐบาล ดิสเครดิตปชป.ก่อนซักฟอก

ปูดกระแสล้มรัฐบาล ดิสเครดิตปชป.ก่อนซักฟอก

24 ตุลาคม 2555

ทิ้งระเบิดลูกใหม่ “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาตีปี๊บแผน “บันได5 ขั้น” จ้องทำลายรัฐบาล

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ทิ้งระเบิดลูกใหม่ “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาตีปี๊บแผน “บันได5 ขั้น” จ้องทำลายรัฐบาล โดยการแบ่งบทบาททำหน้าที่กันหลายส่วน หลายฝ่าย และเชื่อมโยงต่อไปยังการชุมนุมใหญ่ที่สนามม้านางเลิ้ง ในวันที่ 28 ต.ค. ของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยาม

ทว่า เนื้อหารายละเอียดเนื้อหา 5 เรื่องไล่เรียงตั้งแต่ 1.การไซฟอนเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท 2.การทุจริตน้ำท่วม 3.การทุจริตจำนำข้าว 4.การนำเข้ารถหรู 6 หมื่นล้านบาท และ 5.เรื่องชายชุดดำ ที่แจกแจงออกมายังดูเลื่อนลอย ขาดน้ำหนักเพียงพอจะนำไปสู่เป้าหมายล้มรัฐบาล

แม้แต่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ยังปฏิเสธว่าไม่มีแผนดังกล่าว เป็นเพียงกระแสข่าว แม้จะมีคนพยายามล้มล้างรัฐบาลอยู่ ที่สำคัญ ไม่น่าจะเกี่ยวกับการชุมนุมของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์กรพิทักษ์สยาม

นั่นยิ่งทำให้แผนบันได 5 ขั้นที่ปูดออกมารอบนี้ ไม่ต่างจากการแก้เกี้ยวของฝั่งรัฐบาลที่กำลังสะบักสะบอมจากมรสุมรุมเร้ารอบด้าน ถูกฝ่ายตรงข้ามไล่บี้รุมถล่มความล้มเหลวในการบริหารงานหลายต่อหลายเรื่อง

ยิ่งในจังหวะเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องเผชิญกับศึกซักฟอกที่ประชาธิปัตย์ประกาศเตรียมยื่นญัตติปลายเดือนนี้ แผนบันได 5 ขั้นล้มรัฐบาล จึงถูกมองว่าเป็นการเปิดหมัดสวนออกมาทำลายน้ำหนักฝ่ายค้าน และพยายามแสวงหาความชอบธรรมให้ตัวเอง

ที่ผ่านมากระบวนการดิสเครดิตประชาธิปัตย์มีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพุ่งเป้าทำลายไปที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งแผลเก่าอย่างปมปัญหาเรื่องหนีทหาร ที่ถูกนำมาขยายแผลต่อเนื่อง แถมไล่บี้ขยายผลต่อไปถึงการถอดยศโดย พล.อ.อ.สุกำพล รมว.กลาโหม

ปูดกระแสล้มรัฐบาล ดิสเครดิตปชป.ก่อนซักฟอก

ตามมาด้วยคดี 98 ศพ ระหว่างเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงปี 2553 ภายหลังศาลอาญามีคำสั่งลงมาว่าการเสียชีวิตของ พัน คำกอง มาจากการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร พบว่ามีสัญญาณเร่งเครื่องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้เอาผิด “อภิสิทธิ์” และ สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ เข้ามาดำเนินคดี เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายค้านที่กำลังเปิดเกมรุกใส่รัฐบาล

ก่อนหน้านี้ในคดีเงินบริจาคน้ำท่วมจาก“อีสต์วอเตอร์” ที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสว.สรรหา ยื่นเรื่องร้อง “ประชาธิปัตย์” เข้าข่ายกระทำผิดมาตรา 71 พ.ร.บ.พรรคการเมือง เป็นอีกแผลที่เพื่อไทยหยิบมาทำลายน้ำหนักหักล้างการเปิดศึกกับประชาธิปัตย์

อีกด้านหนึ่งการเปิดเรื่องบันได 5 ขั้น ยังไม่ต่างจากการแก้เกี้ยวของฝั่ง “เพื่อไทย” ที่ถูกรุมถล่มอย่างหนักใน 5 เรื่องร้อน การเบี่ยงประเด็นว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแผนโค่นล้มรัฐบาล จึงเหมือนกับข้ออ้างสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง

ไล่ดูตั้งแต่เรื่องแรก ไซฟอนเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท ที่ถูกเปิดประเด็นโดย “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) จากนั้นฝ่ายค้าน และ สว. ได้หยิบมาขยายผลขุดคุ้ยข้อเท็จจริง พร้อมจี้ให้รัฐบาลหาตัวคนผิด

เรื่องนี้สั่นคลอนรัฐบาลอย่างมากจนร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ต้องออกมาเบรกกระแสข่าว อ้างข้อมูลจากคณะกรรมการอิสระเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชั่น (ไอซีเอซี) ของฮ่องกง ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ พร้อมสั่งดีเอสไอและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าติดตามเรื่องนี้

ที่สำคัญ ยังไปสอดรับกับที่ ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่าเรื่องเลอะเทอะ และเป็นความพยายามสร้างข่าวให้ร้ายรัฐบาลโดยกลุ่มคนที่อยู่ตรงข้าม

เรื่องที่ 2 การทุจริตน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นส่วนแรกงบกลาง 1.2 แสนล้านบาท อีกแผลใหญ่ของรัฐบาลที่มีข่าวระแคะระคายพบเงื่อนงำทุจริตในหลายจุด ทั้งรายละเอียดโครงการไม่เป็นไปตามทีโออาร์ หรือการเรียกเก็บหัวคิวสูงถึง 40% ยังไม่รวมกับเมกะโปรเจกต์น้ำที่รัฐบาลกำลังดำเนินการภายใต้งบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ที่ฝ่ายค้านกำลังซุ่มเก็บข้อมูลนำมาถล่มในศึกซักฟอก

เรื่องที่ 3 การทุจริตจำนำข้าว ซึ่งเป็นอีกปัญหาที่รัฐบาลแก้ไม่ตก ทั้งความไม่โปร่งใสในกระบวนการแทบทุกขั้นตอน ไปจนถึงผลกระทบต่อกลไกการค้าข้าวในตลาด ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ฝ่ายค้านที่ประกาศว่าจะเป็นหนึ่งในหมัดเด็ดถล่มรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความน่าเชื่อถือในสังคมออกมากระทุ้งรัฐบาลให้ทบทวน หรือหาช่องทางอุดช่องโหว่ทุจริตให้ได้

เรื่องที่ 4 การนำเข้ารถหรู 6 หมื่นล้านบาท ที่ถูกโยงว่าเป็นหนึ่งในชนวนให้ พ.ต.อ.ดุษฎีอารยวุฒิ อดีตเลขาธิการ ป.ป.ท. ถูกโยกย้าย เพราะส่งผลกระทบกับ “เจ๊” คนหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล

สุดท้ายบันไดขั้นที่ 5 “ชายชุดดำ” ถือเป็นประเด็นหลักที่ทำให้เพื่อไทยและประชาธิปัตย์เปิดศึกถล่มกันชุดใหญ่ และต่างพยายามงัดหลักฐานออกมาท้าทาย ทั้งการจัดแรลลีตามหาชายชุดดำจากฝั่งประชาธิปัตย์ ที่ถูกสวนกลับจากฝั่งเสื้อแดงที่เพิ่มเงินรางวัล 1 ล้านบาท นอกจากที่ดีเอสไอเคยมอบให้ สำหรับข้อมูลเบาะแสจากชายชุดดำ ซึ่งประเด็นนี้สำคัญ เพราะถือเป็นอีกกุญแจสำคัญที่จะมีผลต่อคดีการเสียชีวิต 98 ศพ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

พิจารณาลึกๆ แล้ว ทั้ง 5 ประเด็นนี้จึงไม่น่าจะเป็นแผนล้มรัฐบาลได้ แต่เป็นบาดแผลความผิดพลาดของรัฐบาลเองเสียมากกว่า ไม่ต่างจากที่ “อภิสิทธิ์” ออกมาปฏิเสธไม่รู้เรื่องแผนบันได 5 ขั้นล้มล้างรัฐบาล “มีแต่รัฐบาลที่จะตกบันไดเองเพราะเรื่องการทุจริต”

แม้ทาง “พร้อมพงศ์” จะออกมาเชื่อมโยงบันได 5 ขั้นต่อไปกับการชุมนุมใหญ่วันที่ 28 ต.ค.นี้ ที่สนามม้านางเลิ้งของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยามร่วมกับเครือข่าย ทั้งกลุ่มสยามสามัคคี กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน (เสื้อหลากสี) แต่กลับถูกหักล้างโดยคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อ.สุกำพล ที่มองว่าการชุมนุมไม่เกี่ยวข้องกับการล้มรัฐบาล

ยิ่งทำให้เรื่องที่ออกมาปูดว่ามีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลชื่อย่อ “ส.” ให้คนสนิทที่เป็นนักการเมืองอักษรย่อ “ถ.” นำเงินไปให้ พล.อ. “อ.” ที่สนามม้านางเลิ้ง เพื่อเป็นทุนเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ยิ่งหมดน้ำหนักความน่าเชื่อถือลงไปด้วย

สุดท้ายบันได 5 ขั้นที่ปูดออกมา ก็จะไม่ต่างจากสารพัดแผนล้มรัฐบาลที่เพื่อไทยเคยออกมาปล่อยข่าวก่อนหน้านี้ ยิ่งหากใช้บ่อยเกินไป และขาดเหตุผลหลักฐานที่ชัดเจน แทนที่จะทำลายน้ำหนักฝั่งตรงข้าม ย่อมมีแต่จะทำลายน้ำหนักความน่าเชื่อถือของตัวเอง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท