
รัฐ-ขบวนการ ชิงมวลชน ชนวนเหตุใต้เดือด
สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่คุโชนขึ้นในช่วงนี้ หน่วยงานความมั่นคงฟันธงว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ในช่วงใกล้ครบรอบเหตุการณ์ตากใบ
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่คุโชนขึ้นในช่วงนี้ หน่วยงานความมั่นคงฟันธงว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ในช่วงใกล้ครบรอบเหตุการณ์ตากใบ แต่หากพิจารณาลงไปมากกว่านั้นจะพบว่า สาเหตุใหญ่ยังคงเป็นการแสดงศักยภาพเพื่อแย่งชิงมวลชน
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี สรุปว่า ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.เป็นต้นมา มีการก่อเหตุทั้งหมด 5 เหตุการณ์ เป็นความพยายามที่จะสร้างสถานการณ์ให้คนในพื้นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ตากใบในวันที่ 25 ต.ค.นี้ แต่ประชาชนไม่ร่วมมือ จึงสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้น
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งลงพื้นที่เพื่อวางมาตรการป้องกันเหตุรุนแรง แม้จะไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับครบรอบ 8 ปีเหตุการณ์ตากใบ แต่ก็ยอมรับว่าเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ ภายหลังที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้มาตรการในเชิงรุกกดดันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมากยิ่งขึ้น
เหตุการณ์ตากใบเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2547 นอกจากเป็นรอยด่างของการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 85 คน ผลพวงของเหตุการณ์ยังถูกขบวนการก่อความไม่สงบนำไปขยายผล ชักชวนให้มีผู้เข้าร่วมขบวนการอีกเป็นจำนวนมาก
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ วิเคราะห์สถานการณ์อย่างน่าสนใจว่า การก่อเหตุที่เกิดขึ้นเป็นปฏิบัติการของกลุ่มซึ่งมีความภักดีต่อขบวนการก่อความไม่สงบ โดยกลุ่มนี้มีความเคียดแค้นชิงชังเจ้าหน้าที่รัฐอยู่มากจึงปฏิบัติการตอบโต้อย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายยังสร้างความสะพรึงกลัวให้เกิดขึ้นกับประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อควบคุมสถานการณ์และพื้นที่ ซึ่งกลุ่มนี้ยังมีอยู่จำนวนมาก
“ที่น่าคิดคือ หลังมีข่าวแกนนำเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น ก็เกิดเหตุรุนแรงมากขึ้นตามมา โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมามีเหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นมาก ทั้งการฆ่าประชาชนไทยพุทธ การยิงพนักงานในปั๊มน้ำมัน และล่าสุดการก่อเหตุคาร์บอมบ์ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าจะถูกกดดันด้วยวิธีการใด แต่กลุ่มก่อความไม่สงบก็ยังใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือกดมวลชนเอาไว้เช่นเดิม กรณีคำขู่หยุดงานวันศุกร์ก็เป็นวิธีการหนึ่ง”
ไม่ว่ามูลเหตุของความรุนแรงจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มเฝ้าระวังพื้นที่ ใช่เพียงแค่วันครบรอบเหตุการณ์ตากใบ แต่วันที่ 28 ต.ค.นี้ ยังเป็นวันฮารีรายอ อิดิลอัฏฮา ของชาวมุสลิม
“ที่ต้องระวังคือการก่อเหตุในเขตเมืองทั้ง 3 จังหวัด ขณะนี้ได้มีการวางกำลังอย่างเข้มข้น” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
พร้อมกันนี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้เพิ่มกำลังตำรวจและอาสาสมัครในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เพิ่มเติม เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน
ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ ช่วงก่อนเที่ยง วันที่ 22 ต.ค. คนร้ายทำทีขอซื้อบุหรี่ที่ร้านขายของชำ หมู่ 1 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส และยิง สุกัลยา ทรัพย์เพิ่ม เจ้าของร้านเสียชีวิต แล้วนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกระสอบปุ๋ยแอบวางไว้ในร้าน ต่อมาเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนร้ายจึงจุดชนวนระเบิด แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับอันตราย
ขณะเดียวกัน ยะยา การูมอ อายุ 48 ปี อดีตครูฝ่ายปกครองโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จ.ยะลา แกนนำขบวนการก่อความไม่สงบ เคียงคู่กับ สะแปอิง บาซอ เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมั่นใจว่าทางราชการจะให้ความยุติธรรมได้
ด้าน พล.ต.ชรินทร์ อมรแก้ว หัวหน้าคณะกรรมการประสานงานและรณรงค์เพื่อยุติการต่อสู้ด้วยวิธีรุนแรง กล่าวว่า ขณะนี้มีอดีตผู้ก่อความไม่สงบมารายงานตัวแล้วรวม 101 คน โดยแต่ละคนต้องมีการพูดคุยอย่างละเอียด เพื่อหาวิธีการให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการกฎหมาย







